
ราคาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นเรื่องยากขึ้นสำหรับกลุ่ม First Jobber และผู้มีข้อจำกัดทางการเงิน แต่การเช่าอยู่ก็อาจทำให้รู้สึกเสียดายค่าเช่าที่ต้องจ่ายทิ้งไปแบบไม่ได้เป็นเจ้าของ
บทความนี้ Nestopa จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับสัญญา Rent to Own หรือการเช่าเพื่อซื้อ ทางเลือกใหม่ที่จะช่วยให้ทุกคนได้เช่าอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัยและยังสามารถนำเงินนั้นมาลดราคาขายได้ด้วย ในแบบที่ได้ทดลองอยู่ก่อนตัดสินใจ
|
Key Takeaway
|
Rent to Own คืออะไร? ทางเลือกใหม่ในการเป็นเจ้าของอสังหาฯ

การเช่าเพื่อซื้อ หรือ Rent to Own คือรูปแบบสัญญาเช่าซื้อแบบใหม่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างการเช่าและการซื้อ เป็นสัญญาซื้อขายที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ ‘เช่า’ อสังหาริมทรัพย์ก่อน และมีสิทธิ์ ‘ซื้อ’ ในระยะเวลาสัญญาเช่า โดยเงินส่วนหนึ่งของค่าเช่าที่เคยจ่ายไปจะกลายเป็นเงินดาวน์หรือลดหย่อนราคาซื้อของอสังหาฯ นั้น
การเช่าเพื่อซื้ออสังหาฯ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนที่วางแผนจะซื้อคอนโด ซื้อบ้าน แต่ยังไม่พร้อมขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ยังไม่มีเงินก้อนสำหรับวางเงินดาวน์ และผู้ที่อยากทดลองอยู่จริงก่อนตัดสินใจซื้อ
อ่านเพิ่มเติม: ซื้อคอนโดดีไหม? รวมข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนคอนโด
หลักการของการทำ Rent to Own สัญญาเช่าเพื่อซื้อต่างจากสัญญาซื้อและสัญญาเช่าอย่างไร?

|
เช่าเพื่อซื้อ |
เช่า |
ซื้อ |
|
|
กรรมสิทธิ์ |
เป็นเจ้าของหลังจ่ายครบ |
ไม่ได้เป็นเจ้าของ |
เป็นเจ้าของทันที |
|
จ่ายเงินให้กับใคร |
เจ้าของอสังหาฯ / |
เจ้าของอสังหาฯ |
หากกู้ต้องผ่อนกับ |
|
การชำระเงิน |
จ่ายค่าเช่า + บางส่วน |
จ่ายค่าเช่ารายเดือน |
จ่ายเงินก้อน / |
|
สิทธิ์ในการซื้อ |
เลือกได้ว่าจะซื้อหรือไม่ |
ไม่มีสิทธิ์ |
ซื้อได้ |
|
เหมาะกับใคร |
คนยังไม่พร้อมกู้ / |
คนที่ยังไม่อยากซื้อ |
คนที่พร้อมมีบ้านทันที |
สิทธิ์และข้อผูกมัดในการเช่าเพื่อซื้อ
ในการเช่าเพื่อซื้อ ผู้ทำสัญญาจะมีสิทธิ์และข้อผูกมัดที่จะซื้ออสังหาฯ นั้น โดยอาจมีการกำหนดระยะเวลา เช่น จะต้องซื้อภายใน 1-3 ปี
การจ่ายเงินค่าเช่าระหว่างการเช่าเพื่อซื้อ
ระหว่างการเช่าเพื่อซื้อ ผู้เช่าจะต้องจ่ายค่าเช่าในแต่ละเดือนให้แก่เจ้าของอสังหาฯ หรือเจ้าของโครงการโดยตรง และจำนวนค่าเช่าที่ผู้เช่าจ่ายไปจะถูกนำไปคิดเป็น rent credit เพื่อนำไปเป็นเงินดาวน์หรือส่วนลดจากราคาซื้ออสังหาฯ ในอนาคต
ราคาขายของอสังหาฯ ในการเช่าเพื่อซื้อ
สัญญาเช่าเพื่อซื้อบางสัญญาจะกำหนดราคาไว้ตั้งแต่ตอนทำสัญญา ทำให้ผู้เช่า-ซื้อ ไม่ต้องกังวลว่าราคาขายของสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ขั้นตอนการเช่าเพื่อซื้ออสังหาฯ ต้องทำอะไรบ้าง?

1. เลือกอสังหาริมรัพย์ที่รองรับการทำสัญญาเช่าเพื่อซื้ออสังหาฯ
ค้นหาและเลือกอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกใจ รองรับการทำสัญญารูปแบบ Rent to Own
2. ตกลงรายละเอียดค่าเช่า-ราคาเช่าเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์
ฝั่งเจ้าของอสังหาฯ และผู้ซื้อ-เช่า จะต้องตกลงราคาค่าเช่าร่วมกัน ในเรื่องต่าง ๆ อย่าง
สัดส่วนค่าเช่าที่จะนำไปหักเป็นเป็นราคาอสังหาฯ
ราคาขายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล็อกราคาได้หรือไม่?
ระยะเวลาเช่าอสังหาฯ เพื่อทดลองอยู่และตัดสินใจก่อนการซื้อ
เงื่อนไขหากเช่าอยู่แล้วไม่ตัดสินใจซื้อในภายหลัง
3. ทำสัญญา Rent to Own และชำระค่าแรกเข้า
เริ่มทำสัญญาเช่าเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย ได้แก่ เงินประกันค่าเช่า ค่าเช่าล่วงหน้า และค่าจองสิทธิ์ ซึ่งสำหรับค่าจองสิทธิ์อาจสามารถนำไปลดราคาซื้อภายหลังได้ในบางกรณี
4. ย้ายเข้าอยู่อาศัยและสะสมค่าเช่า
ผู้เช่าซื้อสามารถย้ายเข้าได้ตามวันที่สัญญากำหนด และจะต้องจ่ายค่าเช่าอสังหาฯ ในทุก ๆ เดือน ตามเงื่อนไข
5. ตัดสินใจซื้อและดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์
หลังจากครบระยะเวลาเช่าที่กำหนดไว้ ผู้เช่าจำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิ์ซื้อหรือไม่ซื้อ
หากผู้เช่าตัดสินใจซื้ออสังหาฯ จะสามารถนำเงินส่วนหนึ่งของค่าเช่าที่เคยจ่ายไปมาเป็นส่วนลดหรือเงินดาวน์อสังหาฯ ได้ และต้องดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ต่อไป
หากผู้เช่าตัดสินใจไม่ซื้อ จะต้องย้ายออกตามสัญญา และอาจไม่มีการคืนเงินสะสม
ข้อดี-ข้อเสีย ของการเช่าเพื่อซื้อ สัญญา Rent to Own คุ้มค่าไหม?
ข้อดีของการทำสัญญา Rent to Own
1. เพิ่มโอกาสให้มีบ้านง่ายขึ้น มีเวลาเตรียมพร้อมทางด้านการเงิน
ทำให้คนสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านและอสังหาฯ ได้ง่ายขึ้นเพราะผู้เช่าเพื่อซื้อไม่จำเป็นต้องวางเงินดาวน์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ไม่ต้องเริ่มกู้เงินกับธนาคารก่อนเข้าอยู่ แต่สามารถใช้ระยะเวลาที่เช่าเก็บเงินเพิ่ม และวางแผนขอสินเชื่อในอนาคต
2. ได้ทดลองอยู่อาศัยก่อนตัดสินใจซื้อ
การได้ทดลองอยู่อาศัยก่อนทำให้ลดปัญหาการซื้ออสังหาฯ ที่ทำเลไม่ตอบโจทย์ ปัญหาสภาพแวดล้อมและคุณภาพของโครงการอสังหาฯ ที่หลายสิ่งอาจไม่ได้รู้หากไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยตัวเอง
3. เงินที่จ่ายไปไม่สูญเปล่า แต่กลายเป็นเงินสะสม
ค่าเช่าส่วนหนึ่งจากการ Rent to Own ที่จ่ายไปจะกลายไปเป็นเงินสะสมและนำไปใช้หักราคาซื้อในอนาคตได้
4. ตกลงราคาขายล่วงหน้าได้
โดยทั่วไปอสังหาริมทรัพย์ในตลาดมีแนวโน้มราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ การตกลงและล็อกราคาตั้งแต่การทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อไว้ก่อนถือเป็นข้อได้เปรียบระยะยาว
ข้อเสียของการทำสัญญา Rent to Own
1. ค่าใช้จ่ายรายเดือนสูงกว่าการเช่าทั่วไป
การเช่าเพื่อซื้อจะมีราคาค่าเช่าอสังหาฯ สูงกว่าการเช่าทั่วไป เนื่องจากเป็นราคาที่รวม rent credit แล้ว
2. หากเปลี่ยนใจอาจไม่ได้เงินคืน
ถ้าหากทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อและเช่าอยู่จนถึงเวลาที่สัญญากำหนดแล้วสุดท้ายตัดสินใจไม่ซื้ออสังหาฯ นั้น ผู้เช่าอาจไม่ได้รับเงิน rent credit คืน
3. ตัวเลือกอสังหาฯ ในไทยยังมีจำกัด
รายการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่รองรับสัญญาการเช่าเพื่อซื้อยังมีจำนวนน้อย ทำให้มีตัวเลือกไม่มาก
อสังหาริมทรัพย์ที่รองรับสัญญา Rent to Own สามารถหาได้จากที่ไหน?
1. เว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์
บางเว็บไซต์รวมประกาศอสังหาฯ จะมีฟีเจอร์รวมประกาศที่รองรับสัญญา Rent to Own ไว้ด้วย
2. นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
นายหน้าอสังหาฯ หลายคนอาจมีเครือข่ายผู้พัฒนาบริษัทอสังหาฯ หรือนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการทางเลือกในการขาย
3. การเจรจากับเจ้าของบ้านโดยตรง
บางประกาศอสังหาฯ ที่ติดประกาศขายเป็นเวลานานแต่ยังขายไม่ได้ อาจเปิดรับทางเลือกการขายมากกว่าปกติ อาจใช้วิธีการเข้าไปเสนอการทำสัญญา Rent to Own โดยตรง
|
⚠️ ข้อควรระวังเพิ่มเติม การหาบ้าน Rent to Own ผ่านช่องทางออนไลน์อาจเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพดังนั้นจึงควรสังเกตสัญญาณเตือนอย่าง ประกาศที่ไม่มีรูปภาพไม่ยอมให้เข้าไปดูบ้านจริง พยายามเร่งให้รีบเซ็นสัญญาหรือขอให้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้าก่อนที่จะได้ดูบ้าน |
Rent to Own ทางเลือกในการเป็นเจ้าของบ้านและคอนโด
Rent to Own ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์แต่ยังไม่พร้อมด้านการเงิน ด้วยการเปลี่ยนส่วนหนึ่งของเงินค่าเช่าคอนโดหรือเช่าบ้านให้กลายเป็นเงินดาวน์หรือลดราคาขาย ทำให้ผู้เช่าสามารถสะสมเงินสำหรับซื้อบ้านหรือคอนโดในอนาคตได้แบบที่ไม่รู้สึกว่าเสียค่าเช่าไปเปล่า ๆ
อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจทำสัญญาเช่าเพื่อซื้อ อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดสัญญาและเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบก่อนเซ็นต์สัญญาทุกครั้งนะคะ