ปัจจุบัน คนกรุงเทพฯ ที่พักอาศัยอยู่ในคอนโดหรือหอพักเริ่มหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนกันมากขึ้น แต่การจะเลือกสัตว์เลี้ยงให้เหมาะกับการอยู่คอนโดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากพื้นที่คอนโดมักจะมีพื้นที่จำกัด รวมไปถึงข้อจำกัดเรื่องกลิ่นหรือเสียงรบกวนต่าง ๆ และบางคนก็อาจจะเช่าห้องอยู่
บทความนี้ Nestopa ได้เตรียมลิสต์สัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก 12 ชนิด ที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงในคอนโด พร้อมกับข้อควรระวัง และวิธีการเลือกให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในห้องขนาดเล็ก
แนะนำสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก 12 ชนิด เหมาะสำหรับคอนโดและพื้นที่จำกัด
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากเลี้ยงสัตว์ในคอนโด แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลี้ยงอะไรดี วันนี้ Nestopa ได้นำน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงยอดนิยม มาให้เพื่อน ๆ แล้ว
1. แมว

น้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยงในคอนโดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะรักความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องพาออกไปเดินเล่นเหมือนสุนัข และปรับตัวกับพื้นที่แนวตั้งได้ดี เพียงมีคอนโดแมวหรือชั้นวางให้ปีนป่ายก็เพียงพอ
|
อาหาร |
อาหารเม็ดสำหรับแมว หรืออาหารเปียกตามช่วงวัย |
|
การใช้พื้นที่ |
ควรมีกระบะทราย ที่ลับเล็บ และคอนโดแมวสำหรับปีนป่าย |
|
กลิ่นและเสียง |
อาจมีกลิ่นเฉพาะตัวจากกระบะทรายหากไม่ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และอาจมีเสียงร้องบ้างแต่น้อย |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ต้องทำหมันเพื่อลดพฤติกรรมร้องหาคู่และกลิ่นปัสสาวะ นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญเรื่องการตัดเล็บให้น้องแมว เพราะอาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ในหอหรือคอนโดเสียหายได้ |
2. สุนัขพันธุ์เล็ก

ถ้าอยากเลี้ยงสุนัขในคอนโด น้องหมาพันธุ์เล็กอย่างปอมเมอเรเนียน ชิวาวา หรือปั๊ก คือตัวเลือกที่ใช้พื้นที่น้อยกว่า และหลายนิติบุคคลอนุญาตให้เลี้ยงได้ตามเกณฑ์น้ำหนัก
|
อาหาร |
อาหารเม็ดสำหรับสุนัขพันธุ์เล็กโดยเฉพาะ |
|
การใช้พื้นที่ |
ต้องการพื้นที่วิ่งเล่นและพาออกไปเดินอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง |
|
กลิ่นและเสียง |
อาจเห่าเสียงดังได้หากตกใจง่ายหรือเบื่อ ควรฝึกตั้งแต่เล็ก ๆ |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ควรเช็กกฎนิติบุคคลเรื่องน้ำหนักและสายพันธุ์ที่อนุญาตให้เลี้ยงก่อนเสมอ |
3. กระต่าย

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เงียบ ไม่ส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน และฉลาดพอจะฝึกให้ขับถ่ายในกระบะทรายได้ เหมาะกับคนที่อยากได้สัตว์เลี้ยงในหอพักหรือคอนโดที่ไม่มีเวลาพาออกไปข้างนอก
|
อาหาร |
หญ้าแห้งเป็นหลัก เสริมด้วยผักใบเขียวและอาหารเม็ดกระต่าย |
|
การใช้พื้นที่ |
ต้องการกรงขนาดใหญ่พอให้ยืดตัวและกระโดดได้ |
|
กลิ่นและเสียง |
แทบไม่มีเสียง แต่อาจมีกลิ่นจากมูลและฉี่ถ้าไม่ทำความสะอาดกรงบ่อย ๆ |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ชอบแทะสายไฟและเฟอร์นิเจอร์ ควรจัดพื้นที่ให้ปลอดภัย |
4. หนูแฮมสเตอร์

หนูแฮมสเตอร์ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดฮิต สำหรับคำถาม "เลี้ยงอะไรดี ในห้องเล็กๆ" เพราะใช้พื้นที่แค่กรงขนาดเล็ก ดูแลง่าย และเหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่อยู่หอ
|
อาหาร |
อาหารเม็ดสำหรับแฮมสเตอร์ ผสมเมล็ดพืชและผักผลไม้เล็กน้อย |
|
การใช้พื้นที่ |
กรงขนาดเล็ก พร้อมวงล้อวิ่งและขี้เลื่อยรองพื้น |
|
กลิ่นและเสียง |
มีกลิ่นจากขี้เลื่อยหากไม่เปลี่ยนบ่อย เสียงวงล้อตอนกลางคืนอาจรบกวน |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
เป็นสัตว์หากินกลางคืน อายุขัยสั้นประมาณ 2-3 ปี |
5. หนูตะเภา/หนูแกสบี้

หนูตะเภานิสัยเป็นมิตร ชอบส่งเสียงร้องทักทาย เหมาะเลี้ยงเป็นคู่หรือกลุ่ม และใช้พื้นที่มากกว่าแฮมสเตอร์เล็กน้อยแต่ยังจัดการได้ในคอนโด
|
อาหาร |
หญ้าแห้ง ผักใบเขียว และอาหารเม็ดที่มีวิตามินซี |
|
การใช้พื้นที่ |
กรงขนาดกลาง ควรมีพื้นที่ราบให้วิ่งเล่นมากกว่าแฮมสเตอร์ |
|
กลิ่นและเสียง |
ส่งเสียงร้องหาอาหารดังพอสมควร ควรจัดวางกรงให้ห่างจากผนังห้องข้างเคียง |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ควรเลี้ยงเป็นคู่เพราะเป็นสัตว์สังคม อยู่ตัวเดียวจะเครียดง่าย |
6. เม่นแคระ

เม่นแคระเป็นสัตว์เลี้ยงในคอนโดที่กำลังมาแรง ตัวเล็ก ไม่มีขน ไม่ต้องกังวลเรื่องขนร่วง และไม่ส่งเสียงดัง เหมาะกับคนแพ้ขนสัตว์
|
อาหาร |
อาหารแมวเกรดโปรตีนสูง หรืออาหารสูตรเฉพาะเม่นแคระ |
|
การใช้พื้นที่ |
กรงขนาดกลาง พร้อมวงล้อวิ่งแบบพื้นทึบ |
|
กลิ่นและเสียง |
แทบไม่มีกลิ่นหากดูแลสะอาด และไม่ส่งเสียงรบกวน |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
หากินกลางคืน ตื่นกลัวง่าย ต้องค่อยๆ ฝึกให้คุ้นเคยกับคน |
7. ชินชิล่า

ชินชิล่ามีขนนุ่มฟูเป็นเอกลักษณ์ ไม่มีกลิ่นตัวเพราะไม่ต้องอาบน้ำ (ใช้ทรายอาบแทน) เหมาะกับคนที่อยากได้สัตว์เลี้ยงที่ดูสวยงามแต่ดูแลไม่ยุ่งยาก
|
อาหาร |
หญ้าแห้งและอาหารเม็ดสูตรชินชิล่าโดยเฉพาะ |
|
การใช้พื้นที่ |
กรงทรงสูงหลายชั้น เพราะชอบกระโดดปีนป่าย |
|
กลิ่นและเสียง |
แทบไม่มีกลิ่นตัว เสียงเบา แต่คล่องแคล่วตอนกลางคืน |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ไวต่อความร้อนและความชื้น ควรอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา |
8. นกเลิฟเบิร์ด

ขอบคุณภาพจาก Petz World
นกเลิฟเบิร์ดมีสีสันสวยงามและนิสัยผูกพันกับเจ้าของสูง แต่มีข้อควรระวังเพิ่มเติมจากสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ๆ ในลิสต์นี้คือเรื่องเสียง
|
อาหาร |
เมล็ดพืชผสมสูตรนกแก้วขนาดเล็ก ผักและผลไม้เสริม |
|
การใช้พื้นที่ |
กรงขนาดกลาง ควรมีของเล่นให้แทะเพราะเป็นสัตว์ที่ต้องการกิจกรรมเยอะ |
|
กลิ่นและเสียง |
แทบไม่มีกลิ่น แต่ส่งเสียงร้องแหลมดังและบ่อยกว่านกชนิดอื่น ควรพิจารณาเรื่องเพื่อนบ้านเป็นพิเศษ |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ต้องการความสนใจจากเจ้าของมาก หากถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวนาน ๆ อาจเครียดหรือมีพฤติกรรมถอนขน |
9. ปลาสวยงาม

ปลาสวยงามอย่างปลากัดหรือปลาทอง คือสัตว์เลี้ยงในคอนโดที่เงียบที่สุด ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง เหมาะกับคนที่อยากผ่อนคลายและมีพื้นที่จำกัดจริง ๆ
|
อาหาร |
อาหารเม็ดสำหรับปลาตามชนิด ให้ในปริมาณน้อยแต่สม่ำเสมอ |
|
การใช้พื้นที่ |
ตู้ปลาขนาดเล็กถึงกลาง วางบนโต๊ะหรือชั้นวางได้ |
|
กลิ่นและเสียง |
ไม่มีเสียงรบกวน มีกลิ่นเฉพาะเมื่อน้ำเริ่มเสียหากไม่เปลี่ยนถ่าย |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำสม่ำเสมอ และดูแลคุณภาพน้ำให้เหมาะสม |
10. เต่าน้ำจืดขนาดเล็ก

เต่าน้ำจืดพันธุ์เล็กอย่างเต่าญี่ปุ่นหรือเต่าหูแดง เลี้ยงง่าย อายุยืน และไม่ต้องพาออกไปข้างนอก เหมาะกับคนที่อยากได้สัตว์เลี้ยงระยะยาวในพื้นที่จำกัด
|
อาหาร |
อาหารเม็ดสำหรับเต่า เสริมผักและโปรตีนเป็นครั้งคราว |
|
การใช้พื้นที่ |
ตู้หรือบ่อเลี้ยงขนาดเล็กพร้อมจุดขึ้นบก |
|
กลิ่นและเสียง |
ไม่มีเสียง แต่มีกลิ่นจากน้ำและมูลหากไม่กรองน้ำสม่ำเสมอ |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
อายุยืนหลายสิบปี ควรวางแผนระยะยาวก่อนรับเลี้ยง |
11. กบฮอร์นฟร็อก (แพ็คแมน)

กบฮอร์นฟร็อกหรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า "กบแพ็คแมน" คือสัตว์เลี้ยงสะเทินน้ำสะเทินบกที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่ม Exotic Pet เพราะสีสันหลากหลาย ตัวอ้วนกลม นิ่งเฉย ไม่ต้องพาออกไปไหน ใช้พื้นที่น้อยมาก
|
อาหาร |
อาหารเม็ดสำหรับกบ อาจเสริมด้วยจิ้งหรีด หนอนนก หรือลูกหนูตัวเล็กเป็นครั้งคราวตามขนาดตัว |
|
การใช้พื้นที่ |
กล่องหรือตู้เลี้ยงขนาดเล็กถึงกลาง ใช้ดินหรือวัสดุรองพื้นที่เก็บความชื้น |
|
กลิ่นและเสียง |
ไม่มีเสียง แทบไม่มีกลิ่นหากเปลี่ยนวัสดุรองพื้นสม่ำเสมอ |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
ต้องรักษาความชื้นในตู้ให้สูง และไม่ควรเลี้ยงรวมกับกบตัวอื่นเพราะกบชนิดนี้มีนิสัยกินกันเอง |
12. ชูการ์ไกลเดอร์

ชูการ์ไกลเดอร์เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดจิ๋วที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์แปลกของไทย ตัวเล็ก น่ารัก ผูกพันกับเจ้าของได้ดีหากเลี้ยงตั้งแต่อายุน้อย เหมาะกับคนที่มีเวลาให้สัตว์เลี้ยงทุกวัน
|
อาหาร |
สูตร BML (ผลไม้ โปรตีนจากแมลง และน้ำผึ้ง/น้ำหวาน) ตามสัดส่วนเฉพาะ |
|
การใช้พื้นที่ |
กรงทรงสูงขนาดใหญ่พอสมควร เพราะชอบกระโดดและปีนป่าย |
|
กลิ่นและเสียง |
ส่งเสียงร้องแหลมหรือคล้ายเสียงเห่าได้ดังในตอนกลางคืนหากเหงาหรือเครียด |
|
ข้อควรรู้ก่อนเลี้ยง |
เป็นสัตว์สังคม ควรเลี้ยงเป็นคู่ และหากินกลางคืน ควรตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตนำเข้า/ครอบครองก่อนซื้อ |
เลือกสัตว์เลี้ยงในคอนโดอย่างไรให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรา?
-
เช็กกฎนิติบุคคลก่อนเสมอ: คอนโดแต่ละแห่งมีเงื่อนไขเรื่องชนิด น้ำหนัก และจำนวนสัตว์เลี้ยงต่างกัน ควรอ่านข้อบังคับหรือสอบถามนิติบุคคลโดยตรง หากยังไม่มีคอนโด ลองดูตัวเลือกคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ประกอบการตัดสินใจ
-
ประเมินเวลาที่มีให้สัตว์เลี้ยง: สัตว์เลี้ยงในกรงอย่างแฮมสเตอร์หรือปลาใช้เวลาน้อยกว่าแมวหรือสุนัขที่ต้องการปฏิสัมพันธ์และการออกกำลังกายทุกวัน
-
คำนึงถึงเสียงและกลิ่นที่อาจรบกวนเพื่อนบ้าน: ผนังห้องคอนโดมักบางกว่าบ้านเดี่ยว สัตว์ที่ส่งเสียงดังบ่อยอาจสร้างปัญหากับห้องข้างเคียงได้
-
คิดถึงงบประมาณระยะยาว: ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์ และค่ารักษาพยาบาลสัตว์แตกต่างกันมาก ควรประเมินก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ตามกระแสPet Humanizationที่ทำให้คนอยากเลี้ยงสัตว์มากขึ้น
-
เลือกตามขนาดพื้นที่จริงของห้อง: ห้องสตูดิโอหรือ 1 ห้องนอนขนาดเล็ก เหมาะกับสัตว์เลี้ยงในกรงมากกว่าสัตว์ที่ต้องการพื้นที่วิ่งเล่นอิสระ
สรุปข้อควรรู้ก่อนการเลี้ยงสัตว์ในคอนโด
การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดหรือหอพักทำได้จริง เพียงเลือกชนิดที่เหมาะกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์ ไม่สร้างเสียงหรือกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน และปฏิบัติตามกฎของนิติบุคคลอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ควรดูแลความสะอาดของกรงหรือตู้เลี้ยงสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแมลงในบ้านที่อาจตามมาจากเศษอาหารหรือของเสียสัตว์เลี้ยงที่สะสมนาน หากเลือกสัตว์เลี้ยงและดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงก็อยู่ร่วมกันในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีความสุข
รวมบทความเกี่ยวกับคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้:
รวม 5 คอนโด Pet Friendly ใกล้ BTS พระโขนง เลี้ยงสัตว์ได้
รวมพิกัดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Pet Friendly ใกล้ BTS ปุณณวิถี
พิกัด 3 คอนโดอุดมสุขเลี้ยงสัตว์ได้ ใกล้ BTS
พาส่อง 3 คอนโด Pet Friendly เลี้ยงสัตว์ได้ ใกล้ BTS อารีย์