เผยแพร่ใน ไอเดียแต่งบ้าน

รวม 10 สไตล์การแต่งบ้านยอดนิยมในไทย เลือกสไตล์ตกแต่งภายในที่ใช่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

สไตล์การแต่งบ้าน

สำหรับใครที่มีแผนจะซื้อบ้าน หรือมีบ้านแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะแต่งบ้านแบบไหนดี มองหา reference หรือมีสไตล์ในใจคร่าวๆ แต่ไม่รู้ว่าสไตล์นั้นเรียกว่าอะไร บรีฟช่างและนักออกแบบไม่ถูก วันนี้ Nestopa จึงได้คัดเลือก 10 สไตล์การแต่งบ้านที่คนไทยนิยมและค้นหามากที่สุด (จากข้อมูลผลการค้นหา search volume บน Google) พร้อมจุดเด่น โทนสี วัสดุ และคำแนะนำสำหรับบ้านประเภทต่าง ๆ เพื่อให้คนที่กำลังมองหาแบบบ้านสวยๆ อยู่ หรือเพิ่งได้บ้านใหม่และอยากหาไอเดียแต่งบ้าน อ่านจบแล้วจะคุยกับนักออกแบบหรือช่างได้เข้าใจตรงกันทันที


1. สไตล์มินิมอล (Minimalist) น้อยแต่มาก บ้านโล่ง สะอาดตา

แต่งบ้านมินิมอล

แต่งบ้านสไตล์มินิมอลยังเป็นสไตล์ที่คนไทยค้นหามากที่สุด เพราะดูแลง่าย ไม่ตกเทรนด์ และทำให้พื้นที่เล็กดูกว้างขึ้นทันที หัวใจของสไตล์นี้คือแนวคิด Less is More หรือ "น้อยแต่มาก" เก็บไว้เฉพาะของที่จำเป็นและมีความหมาย ปล่อยให้พื้นที่ว่างทำหน้าที่ตกแต่งแทน

  • จุดเด่น: เส้นสายเรียบ ไม่มีลวดลายรก ใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่ใช้งานได้หลายแบบ เน้นแสงธรรมชาติ
  • โทนสี: ขาว ครีม เบจ เทาอ่อน และไม้สีอ่อน คุมพาเลตไม่เกิน 3 สี
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้สีอ่อน ผ้าลินิน ตู้บิวต์อินเรียบ ๆ ที่ซ่อนของได้มิด
  • เหมาะกับ: คอนโด ห้องสตูดิโอ และทาวน์โฮมหน้าแคบ
  • เคล็ดลับ: มินิมอลจะสวยได้ต้องมีที่เก็บของพอ ลองดูวิธีจัดบ้านเล็กไม่ให้รก ก่อนเริ่มแต่ง

2. สไตล์โมเดิร์น (Modern) เส้นสายคมชัด ทันสมัย ไม่ตกยุค

แต่งบ้านโมเดิร์น

สไตล์โมเดิร์นได้รับอิทธิพลจากยุคหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม เน้นฟังก์ชันการใช้งาน มากกว่ารายละเอียดการตกแต่ง เป็นสไตล์ที่โครงการบ้านและคอนโดในไทยใช้เป็นมาตรฐาน จึงต่อยอดได้ง่ายที่สุด และในช่วงหลังยังแตกแขนงเป็น Modern Luxury ที่เพิ่มหินอ่อนและโลหะสีทองเพื่อความหรูหรา

  • จุดเด่น: รูปทรงเรขาคณิต เส้นตรงชัดเจน ผังบ้านแบบ Open Plan ของตกแต่งแนว Abstract
  • โทนสี: ขาว ดำ เทา เป็นหลัก ตัดด้วยสีสดหนึ่งสีเป็นจุดเด่น
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: กระจก เหล็ก สเตนเลส หินอ่อน หนัง ไฟซ่อนฝ้า 
  • เหมาะกับ: บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดทุกระดับ
  • เคล็ดลับ: ถ้าบ้านเป็นทรงโมเดิร์นอยู่แล้ว ภายในใช้สไตล์เดียวกันจะดูกลมกลืนที่สุด 
    (ดูตัวอย่างแบบบ้านโมเดิร์นเพิ่มเติมได้)

3. สไตล์สแกนดิเนเวียน / นอร์ดิก (Scandinavian / Nordic) อบอุ่น สว่าง ใกล้ชิดธรรมชาติ

แต่งบ้านนอร์ดิก

สไตล์นอร์ดิกมาจากกลุ่มประเทศยุโรปเหนืออย่างสวีเดน นอร์เวย์ และเดนมาร์ก ที่มีแสงแดดน้อย บ้านจึงเน้นสีสว่างและหน้าต่างบานใหญ่ ผสมกับแนวคิด Hygge ที่ให้ความสำคัญกับความอบอุ่นและความสุขเรียบง่าย ต่างจากมินิมอลตรงที่มีของตกแต่งและเท็กซ์เจอร์มากกว่า โดยหลาย ๆ คนอาจจะพอคุ้นเคยกับสไตล์เฟอร์นิเจอร์แบบนอร์ดิกจากแบรนด์อย่าง IKEA และ Kvik เป็นต้น

  • จุดเด่น: ห้องสว่าง โปร่ง มีต้นไม้ หมอนอิง ผ้าห่ม และพรมช่วยให้ดูอบอุ่น
  • โทนสี: ขาว เทาอ่อน ไม้โอ๊ก ตัดด้วยสีพาสเทลหรือสีเข้มเล็กน้อย
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้สีอ่อน ผ้าฝ้าย ขนสัตว์ เฟอร์นิเจอร์ขาเรียว
  • เหมาะกับ: ทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวที่มีครอบครัวเล็ก
  • เคล็ดลับ: อากาศไทยร้อน ให้เปลี่ยนพรมขนสัตว์และผ้าห่มหนาเป็นผ้าฝ้ายหรือลินินแทน จะได้ลุคเดิมแต่ไม่อบ

4. สไตล์มูจิ (Muji) เรียบง่ายแบบญี่ปุ่น ประหยัดพื้นที่ ใช้งานได้จริง

แต่งบ้าน มูจิ

แต่งบ้านสไตล์มูจิได้ชื่อมาจากแบรนด์ญี่ปุ่น MUJI ที่ขายเฟอร์นิเจอร์และของใช้ดีไซน์เรียบ จนคนไทยใช้เป็นชื่อเรียกสไตล์ เป็นสไตล์ญี่ปุ่นที่คนไทยค้นหามากที่สุด เพราะเหมาะกับคอนโดขนาดเล็ก ที่มีพื้นที่จำกัด

  • จุดเด่น: ทุกชิ้นต้องมีฟังก์ชันชัดเจน จัดของเป็นระเบียบในกล่องและชั้นวาง เฟอร์นิเจอร์พับเก็บได้ ใช้ได้หลายฟังก์ชัน
  • โทนสี: ขาว ครีม ไม้สีธรรมชาติ เทาอ่อน ไม่มีสีฉูดฉาด
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้ยางพารา ไม้โอ๊ก ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน กล่องเก็บของโปร่งแสง
  • เหมาะกับ: คอนโด 1 ห้องนอน ห้องสตูดิโอ และห้องนอนในทาวน์โฮม
  • เคล็ดลับ: มูจิคล้ายมินิมอล แต่ใช้ไม้มากกว่าและให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่า เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบแต่ไม่อยากให้ห้องดูเย็นชา

5. สไตล์เจแปนดิ (Japandi) ส่วนผสมญี่ปุ่น x สแกนดิเนเวียน ที่กำลังมาแรง

แต่งบ้าน เจแปนดิ

Japandi มาจากคำว่า Japan + Scandi เริ่มเป็นที่รู้จักราวปี 2016 เป็นการรวมความนิ่งสงบแบบญี่ปุ่น (Wabi-sabi) เข้ากับความอบอุ่นแบบสแกนดิเนเวียน (Hygge) แม้คนไทยยังค้นหาคำนี้ไม่มาก แต่เริ่มเห็นในคอนโดและบ้านโครงการระดับกลางถึงบนบ่อยขึ้น

  • จุดเด่น: เฟอร์นิเจอร์เตี้ย ฉากกั้นแบบโชจิ เส้นสายเรียบ ผิวสัมผัสธรรมชาติที่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ
  • โทนสี: เบจ ออฟไวท์ เทาอบอุ่น น้ำตาลไม้ ตัดด้วยดำเล็กน้อย
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้ ไม้ไผ่ หิน กระดาษสา เซรามิกทำมือ
  • เหมาะกับ: คอนโดและบ้านเดี่ยวของคนที่อยากได้บรรยากาศสงบ คล้ายรีสอร์ต
  • เคล็ดลับ: มุมทำงานในบ้านสไตล์นี้ควรโล่งที่สุด ลองดูไอเดียจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบและเข้ากับโทนห้อง

6. สไตล์ลอฟท์ (Industrial Loft) ดิบ เท่ โชว์เนื้อแท้ของวัสดุ

แต่งบ้าน loft

สไตล์ลอฟท์มีต้นกำเนิดจากการดัดแปลงโกดังและโรงงานเก่าในนิวยอร์กให้เป็นที่อยู่อาศัย จึงมักถูกเรียกรวมกับ Industrial ในไทยเป็นสไตล์ยอดฮิตของคาเฟ่ และขยายมาสู่บ้านของคนรุ่นใหม่ที่ชอบลุคดิบ ๆ ไม่ต้องเนี้ยบ

  • จุดเด่น: ปูนเปลือย อิฐโชว์แนว งานระบบและท่อไม่ซ่อน เพดานสูง แปลนเปิดโล่ง
  • โทนสี: เทาปูน ดำ น้ำตาลเข้ม สีสนิม
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: เหล็กดำ ไม้เก่า หนังสีเข้ม หลอดไฟเอดิสัน
  • เหมาะกับ: ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และตึกแถวรีโนเวต
  • เคล็ดลับ: ใช้ปูนเปลือยแค่ผนังหรือเพดานบางส่วน แล้วเพิ่มไม้และต้นไม้เพื่อลดความแข็ง ดูไอเดียแต่งบ้านทาวน์โฮมเพิ่มเติม

7. สไตล์มิดเซนจูรี่โมเดิร์น (Mid-Century Modern) สไตล์คลาสสิกยุค 50s–60s ที่ยังดูทันสมัย

แต่งบ้าน mid-century modern

Mid-Century Modern ได้แรงบันดาลใจจากงานออกแบบช่วงทศวรรษ 1950–1960 ยุคที่นักออกแบบทดลองวัสดุใหม่อย่างไม้ดัด พลาสติก และโลหะ เฟอร์นิเจอร์ยุคนี้หลายชิ้นกลายเป็นงานไอคอนิกที่ยังผลิตจนถึงวันนี้ และถือเป็นอีกสไตล์ที่ได้รับการพูดถึงมากในวงการแต่งบ้านในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

  • จุดเด่น: เฟอร์นิเจอร์ขาเรียวยกสูง เส้นโค้งออร์แกนิก ฟังก์ชันชัดเจน
  • โทนสี: ไม้วอลนัทหรือไม้สัก ตัดด้วยมัสตาร์ด เขียวมะกอก ส้มอิฐ และฟ้าเทอร์ควอยซ์
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้เนื้อแข็ง หนัง ทองเหลือง โคมไฟทรงโดม
  • เหมาะกับ: คอนโดและบ้านเดี่ยวของคนที่ชอบเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์
  • เคล็ดลับ: ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งห้อง แค่ลงทุนกับเก้าอี้หรือโซฟาตัวเด่นหนึ่งตัวก็ได้กลิ่นอายแล้ว

8. สไตล์วินเทจ (Vintage) อบอุ่นด้วยเรื่องราวของของเก่า

แต่งบ้าน vintage

แต่งบ้านสไตล์วินเทจเป็นสไตล์ที่คนไทยค้นหามากเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะสายสะสม เพราะใช้ของเก่าที่มีอยู่แล้วมาเป็นของตกแต่งได้เลย บ้านจะดูมีเรื่องราวและเป็นตัวของเจ้าของมากกว่าสไตล์อื่น

  • จุดเด่น: เฟอร์นิเจอร์มือสองหรือไม้เก่าที่ไม่ขัดสีใหม่ ลายดอกเล็ก กรอบรูป ชั้นโชว์ของสะสม
  • โทนสี: ครีม น้ำตาล เขียวหม่น ชมพูกะปิ
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้เก่า กระเบื้องลาย ผ้าลูกไม้ ทองเหลือง
  • เหมาะกับ: บ้านเดี่ยว บ้านไม้ ตึกแถวเก่า และคอนโดของคนชอบของสะสม
  • เคล็ดลับ: คุมโทนสีพื้นหลังให้เรียบ แล้วให้ของสะสมเป็นจุดเด่น ห้องจะไม่ดูรก

9. สไตล์โบฮีเมียน (Bohemian / Boho) อิสระ สีสัน และงานแฮนด์เมด

แต่งบ้าน โบฮีเมียน

สไตล์โบฮีเมียนหรือโบโฮ ได้แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตอิสระของชาวยิปซี เน้นการผสมลวดลาย สีสัน และงานฝีมือจากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นสไตล์ที่เข้ากับวัสดุท้องถิ่นของไทยอย่างหวายและไม้ไผ่ได้ดีมาก

  • จุดเด่น: ผ้าลายชนเผ่า พรมทอมือ มาคราเม่ เก้าอี้หวาย ต้นไม้เยอะ
  • โทนสี: ส้มอิฐ มัสตาร์ด น้ำตาล เขียวใบไม้ บนพื้นหลังครีม
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: หวาย ไม้ไผ่ ผักตบชวา ผ้าฝ้ายทอมือ
  • เหมาะกับ: คอนโดและทาวน์โฮมของคนที่ชอบความเป็นตัวเอง
  • เคล็ดลับ: เลือกลวดลายหลักไม่เกิน 2–3 แบบ และให้สีพื้นหลังเรียบ เพื่อไม่ให้ห้องดูรกเกินไป

10. สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล (Modern Tropical) โปร่ง เย็น เขียวสบายตา

แต่งบ้าน modern tropical

สไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลคือการนำความเรียบของโมเดิร์นมาผสมกับการออกแบบสำหรับเมืองร้อน ถือเป็นสไตล์ที่เข้ากับอากาศเมืองไทยที่สุด เพราะเน้นการระบายอากาศ กันแดด และเชื่อมพื้นที่ภายในกับสวน

  • จุดเด่น: ประตูหน้าต่างบานใหญ่ ระแนงไม้บังแดด ชายคายื่นยาว ต้นไม้ใบใหญ่ในบ้าน
  • โทนสี: ขาว เอิร์ธโทน น้ำตาลไม้ และเขียวจากต้นไม้
  • วัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ไม้จริง หิน หวาย ผ้าลินิน พื้นกระเบื้องเย็นเท้า
  • เหมาะกับ: บ้านเดี่ยวที่มีสวน บ้านพักตากอากาศ และพูลวิลล่า
  • เคล็ดลับ: คอนโดก็ได้ลุคนี้ด้วยการเพิ่มต้นไม้ใบใหญ่ ม่านลินิน และเฟอร์นิเจอร์หวายที่ระเบียง

สรุปเปรียบเทียบ 10 สไตล์การแต่งบ้าน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้านคุณ?

สไตล์

โทนสีหลัก

วัสดุเด่น

เหมาะกับ

ดูแลง่าย

มินิมอล

ขาว ครีม เบจ

ไม้สีอ่อน ลินิน

คอนโด ห้องสตูดิโอ

มาก

โมเดิร์น

ขาว ดำ เทา

กระจก เหล็ก หินอ่อน

ทุกประเภท

มาก

สแกนดิเนเวียน / นอร์ดิก

ขาว เทาอ่อน ไม้โอ๊ก

ไม้สีอ่อน ผ้าฝ้าย

ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว

ปานกลาง

มูจิ

ขาว ครีม ไม้ธรรมชาติ

ไม้ยางพารา กล่องจัดเก็บ

คอนโดขนาดเล็ก

มาก

Japandi

เบจ ออฟไวท์ น้ำตาล

ไม้ ไผ่ หิน เซรามิก

คอนโด บ้านเดี่ยว

ปานกลาง

ลอฟท์ / อินดัสเทรียล

เทาปูน ดำ น้ำตาลเข้ม

ปูนเปลือย เหล็ก ไม้เก่า

ทาวน์โฮม ตึกแถว

มาก

Mid-Century Modern

ไม้วอลนัท มัสตาร์ด เขียวมะกอก

ไม้เนื้อแข็ง หนัง ทองเหลือง

คอนโด บ้านเดี่ยว

ปานกลาง

วินเทจ

ครีม น้ำตาล เขียวหม่น

ไม้เก่า กระเบื้องลาย

บ้านเดี่ยว ตึกแถวเก่า

น้อย

โบฮีเมียน

ส้มอิฐ มัสตาร์ด เขียว

หวาย ไผ่ ผ้าทอมือ

คอนโด ทาวน์โฮม

น้อย

โมเดิร์นทรอปิคอล

ขาว เอิร์ธโทน เขียว

ไม้ หิน หวาย

บ้านเดี่ยวมีสวน

ปานกลาง

วิธีเลือกสไตล์การแต่งบ้านให้เหมาะกับตัวเอง

  1. ดูขนาดพื้นที่: ห้องเล็กเลือกสไตล์โทนสว่างและของน้อยชิ้นอย่างมินิมอลหรือมูจิ บ้านใหญ่เลือกสไตล์ที่มีเลเยอร์ได้มากขึ้น

  2. ดูสไตล์ภายนอกของบ้าน: ภายในที่ต่อเนื่องกับภายนอกจะดูกลมกลืนกว่า เช่น บ้านทรงโมเดิร์นคู่กับภายในโมเดิร์นหรือ Japandi

  3. คิดถึงอากาศร้อนชื้น: เลือกผ้าที่ระบายอากาศดี เลี่ยงพรมหนา และวางแผนกันแดดฝั่งตะวันตก

  4. ดูเวลาที่มีดูแลบ้าน: ถ้าไม่มีเวลาเช็ดฝุ่น เลี่ยงสไตล์ที่มีของตกแต่งเยอะอย่างวินเทจและโบฮีเมียน

  5. ทำ Mood Board ก่อนคุยกับช่าง: เก็บรูปที่ชอบ 10–20 รูป แล้วดูว่าซ้ำกันที่สี วัสดุ หรือเฟอร์นิเจอร์แบบไหน


สไตล์การแต่งบ้านที่ดีที่สุด คือสไตล์ที่แมทช์กับไลฟ์สไตล์ของคุณ

สไตล์การแต่งบ้านไม่มีถูกหรือผิด ทั้ง 10 สไตล์ที่ Nestopa เลือกมาแนะนำ เป็นสไตล์ที่คนไทยนิยมและปรับใช้กับบ้านเมืองร้อนได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญคือเลือกให้เข้ากับขนาดพื้นที่ ไลฟ์สไตล์ และเวลาที่มีดูแลบ้าน สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากสไตล์เบสิค ๆ ดูแลง่าย อย่างมินิมอลหรือโมเดิร์นก่อน แล้วค่อยทะยอยเติมของตกแต่งตามความชอบ วิธีนี้จะช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านปรับเปลี่ยนได้ง่ายในอนาคต

อยากซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือทาวน์โฮมที่พร้อมให้แต่งตามสไตล์ที่ชอบ ค้นหาโครงการและประกาศขาย-เช่าได้แล้ววันนี้ที่ Nestopa.com

 

คำถามที่พบบ่อย

สไตล์ที่นิยมในไทยมีหลายแบบ เช่น มินิมอล โมเดิร์น สแกนดิเนเวียน/นอร์ดิก มูจิ Japandi ลอฟท์ Mid-Century Modern วินเทจ โบฮีเมียน และโมเดิร์นทรอปิคอล แต่ละสไตล์ต่างกันที่โทนสี วัสดุ และบรรยากาศ

การตกแต่งภายในคือการออกแบบและจัดพื้นที่ภายในบ้านให้สวยงามและใช้งานได้จริง ครอบคลุมการวางผัง สี วัสดุ แสงสว่าง เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่ง

จากปริมาณการค้นหาบน Google ในไทย 5 สไตล์ที่คนสนใจมากที่สุดคือ มินิมอล ลอฟท์ วินเทจ โมเดิร์น และสไตล์ญี่ปุ่นอย่างมูจิ

มินิมอลและมูจิเหมาะที่สุด เพราะใช้โทนสีสว่าง เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น และเน้นที่เก็บของ ทำให้ห้องดูกว้างกว่าขนาดจริง

มินิมอลเน้นลดของให้เหลือน้อยที่สุดและพื้นที่ว่าง ส่วนนอร์ดิกยังเรียบง่ายแต่มีของตกแต่ง ต้นไม้ และผ้าหลายเท็กซ์เจอร์มากกว่า ให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่า

หมอนอิง พรม ผ้าม่าน โคมไฟ ต้นไม้ กรอบรูป และสีผนัง เป็นของที่เปลี่ยนได้ง่ายและช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้มากโดยไม่ต้องรีโนเวต

โมเดิร์นทรอปิคอล เพราะออกแบบมาให้ระบายอากาศดี กันแดด และใช้วัสดุเย็นอย่างไม้ หิน และหวาย

Smith
Smith Chayavorakul ผู้เขียน
ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์

นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจเกี่ยวกับทำเลโซนต่าง ๆ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดในภาคต่าง ๆ และมีความหลงใหลในการตามหาสเน่ห์ของแต่ละพื้นที่จากผู้คน สถานที่ อาหาร และสีสันที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรที่เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน

ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ บ้าน แต่งบ้าน
Nestopa