เผยแพร่ใน บ้านและสวน

รวมวิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม ข้อควรระวังและเช็กลิสต์อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง สิ่งที่ตามมาคือคราบโคลน สิ่งของที่เปียกชื้น และความเสี่ยงจากเชื้อโรคและเชื้อราที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและเป็นขั้นตอนจึงสำคัญมาก ทั้งเพื่อความปลอดภัยและเพื่อลดความเสียหายระยะยาวต่อตัวบ้าน บทความนี้รวบรวมวิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมแบบครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนเข้าบ้านไปจนถึงการป้องกันเชื้อรา เพื่อให้บ้านกลับมาน่าอยู่ได้อีกครั้ง

Key Takeaway

  • ความปลอดภัยต้องมาก่อน ตัดไฟที่เมนคัตเอาท์ ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน และสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวให้ครบก่อนเข้าบ้านทุกครั้ง

  • ทำความสะอาด 5 ขั้นตอน เตรียมความพร้อม ขนย้ายสิ่งของและตักโคลน ขัดล้างและฆ่าเชื้อ แล้วปิดท้ายด้วยการระบายความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา และจัดการกับเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • ตักโคลนขณะยังเปียก อย่ารีบฉีดน้ำทันที เพราะโคลนจะกระจายตัวและอุดตันท่อระบายน้ำ

  • ระวังความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม เช่น การผสมน้ำยาต่างชนิดกัน สัตว์มีพิษ บาดแผลติดเชื้อ ก๊าซจากเครื่องปั่นไฟ และน้ำดื่มน้ำใช้ที่อาจปนเปื้อน

  • เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมตามเช็กลิสต์ ทั้งอุปกรณ์ป้องกันตัว เก็บขยะและโคลน ขัดล้าง และทำให้แห้ง เพื่อให้งานเสร็จเร็วและปลอดภัย


5 ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

1. เตรียมความปลอดภัยและจัดเตรียมอุปกรณ์

เตรียมความปลอดภัยและจัดเตรียมอุปกรณ์หลังน้ำท่วมบ้าน

  • ตัดระบบไฟฟ้า: ปิดสวิตช์เมนคัตเอาท์เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่วก่อนย่างก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน

  • สวมใส่อุปกรณ์เซฟตี้: ควรสวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง และหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันสัมผัสเชื้อโรคตลอดจนสปอร์เชื้อรา

  • จัดเตรียมเครื่องมือ: หาพลั่วตักดิน ไม้กวาดทางมะพร้าว แปรงขัด ถังน้ำ พร้อมทั้งน้ำยาทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค

 

2. ขนย้ายสิ่งของและจัดการคราบโคลน

ขนย้ายสิ่งของและจัดการคราบโคลนหลังน้ำท่วมบ้าน

หลังจากน้ำลดลง ให้รีบเคลื่อนย้ายข้าวของ เฟอร์นิเจอร์ ตลอดจนของตกแต่งบ้านที่จมน้ำ เช่น พรมปูพื้น โซฟา ผ้านวม และชุดเครื่องนอน ออกไปไว้นอกอาคารโดยเร็วที่สุด

  • คัดแยกสิ่งของ: ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์พร้อมทรัพย์สินออกด้านนอก แยกแยะส่วนที่ชำรุดเสียหายหนักนำไปทิ้งถังขยะทันที เพื่อป้องกันเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและเชื้อราแพร่กระจาย

  • ตักโคลนขณะยังเปียก: เร่งใช้พลั่วตักคราบดินโคลนออกขณะยังมีความชื้น ไม่ควรรีบใช้น้ำฉีดหรือใช้ม็อบถูทันที เนื่องจากจะทำให้คราบตมกระจายตัวและไปอุดตันตามทางระบายน้ำ

  • ฉีดล้างคราบตกค้าง: นำสายยางหรือเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดล้างโคลนส่วนที่เหลือ แล้วใช้ไม้รีดน้ำกวาดไล่น้ำเปื้อนออกสู่ภายนอก

3. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคหลังน้ำท่วมบ้าน

  • ขัดล้างพื้นผิว: ขัดถูพื้นและผนังบ้านด้วยแปรงร่วมกับผงซักฟอกหรือผลิตภัณฑ์น้ำยาทำความสะอาด

  • ฆ่าเชื้อเพื่อสุขอนามัย: เช็ดทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยควรศึกษารายละเอียดอัตราส่วนผสมบนฉลากอย่างถี่ถ้วน

4. ระบายความชื้นและป้องกันปัญหาเชื้อรา

ระบายความชื้นและป้องกันปัญหาเชื้อราหลังน้ำท่วมบ้าน

  • เปิดให้อากาศถ่ายเท: เปิดช่องประตูหน้าต่างทุกบาน พร้อมเปิดพัดลมช่วยระบายความชื้นสะสม นำเฟอร์นิเจอร์มาตากแดด

  • กำจัดคราบราสะสม: หากตรวจพบรอยเชื้อราตามผนังบ้านหรือสิ่งของ สังเกตจุดดำ เขียว หรือเป็นขุยตามผนัง มุมห้อง และเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงกลิ่นอับชื้น ให้ใช้น้ำยากำจัดเชื้อราเช็ดทำความสะอาดเฉพาะจุดและควบคู่กับการลดความชื้นภายในห้อง

5. ตรวจสอบและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

ตรวจสอบและทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม

  • ถ่ายภาพและวิดีโอเป็นหลักฐาน: ก่อนเริ่มทำความสะอาดหรือเคลื่อนย้าย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอสภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นไว้ก่อน ในกรณีที่คุณมีประกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการส่งเคลมความเสียหายได้

  • ห้ามเสียบปลั๊กหรือเปิดใช้งานเด็ดขาด: แม้ว่าภายนอกเครื่องใช้ไฟฟ้าจะดูแห้งแล้ว แต่ภายในอาจยังมีความชื้นสะสมอยู่ การเสียบปลั๊กอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรืออันตรายจากไฟดูดได้

  • ทำความสะอาดภายนอกเบื้องต้น: ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาดๆ เช็ดคราบโคลนหรือเศษขยะที่ติดอยู่ภายนอกออกให้ได้มากที่สุด ห้ามใช้น้ำฉีดล้างหรือนำเครื่องไปจุ่มน้ำซ้ำเด็ดขาด

  • ผึ่งลมให้แห้งสนิท: นำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปวางในบริเวณที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ความชื้นภายในค่อยๆ ระเหยออกไป (อาจใช้เวลาอย่างต่ำ 1-2 สัปดาห์) ไม่ควรนำไปตากแดดจัดๆ หรือใช้ไดร์เป่าผมเป่าความร้อนใส่ เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนพลาสติกหรือแผงวงจรละลายและเสียหายหนักกว่าเดิม

  • ส่งให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ: ก่อนตัดสินใจนำกลับมาใช้งาน ควรให้ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อม หรือศูนย์บริการของสินค้านั้น ๆ เข้ามาตรวจสอบและทำความสะอาดระบบภายในอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยครับ

 


ข้อควรระวังในการทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม

แม้เพื่อนๆ จะอยากรีบฟื้นฟูบ้านให้กลับมาเหมือนเดิม แต่การทำความสะอาดหลังน้ำท่วมมีความเสี่ยงหลายด้านที่มักถูกมองข้าม ควรระมัดระวังในเรื่องต่อไปนี้

1. ตรวจสอบโครงสร้างบ้านก่อนเข้าไป

สังเกตรอยร้าวตามผนัง เสา คาน และพื้นที่ทรุดตัว หากพบความผิดปกติ ไม่ควรเข้าไปในตัวบ้านจนกว่าช่างหรือวิศวกรจะตรวจสอบว่าปลอดภัย 

2. ห้ามผสมน้ำยาทำความสะอาดต่างชนิดกัน

การผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรด อาจทำให้เกิดก๊าซพิษ ควรใช้ทีละชนิดตามคำแนะนำบนฉลาก และเปิดให้อากาศถ่ายเทขณะใช้งาน

3. ระวังสัตว์มีพิษที่อาจหลบซ่อนอยู่

งู ตะขาบ แมงป่อง มักหนีน้ำเข้ามาหลบตามมุมอับ กองของ หรือใต้เฟอร์นิเจอร์ ควรใช้ไม้เขี่ยตรวจก่อนยกของ และสวมรองเท้าบูทกับถุงมือตลอดเวลา

4. ดูแลบาดแผลและสุขอนามัยส่วนตัว

หากมีบาดแผล ควรปิดแผลให้มิดชิดก่อนสัมผัสน้ำหรือโคลน ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังทำความสะอาด และหากมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ หรือแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์

5. ไม่ใช้เครื่องปั่นไฟในอาคารปิด

เครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งไม่มีสีไม่มีกลิ่น ควรตั้งไว้นอกอาคารในที่โล่ง ห่างจากประตูและหน้าต่าง

6. ตรวจสอบน้ำดื่มน้ำใช้ก่อนนำมาใช้

น้ำประปาหรือน้ำบ่ออาจปนเปื้อนหลังน้ำท่วม ควรใช้น้ำดื่มบรรจุขวดไปก่อนจนกว่าหน่วยงานในพื้นที่จะยืนยันว่าน้ำปลอดภัย


เช็กลิสต์อุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำท่วม มีอะไรบ้าง?

เช็กลิสต์อุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำท่วม

การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือช่วยให้ทำงานได้รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องหยุดกลางคันเพื่อหาของเพิ่ม โดยแบ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นได้ดังนี้

1. อุปกรณ์ป้องกันตัว

น้ำท่วมมักพาเชื้อโรค สารเคมี และเศษวัสดุมีคมเข้ามาในบ้าน จึงควรป้องกันร่างกายให้มิดชิดก่อนเริ่มงาน

  • หน้ากาก N95 ป้องกันฝุ่นและสปอร์เชื้อรา

  • ถุงมือยาง สำหรับงานที่สัมผัสน้ำและน้ำยา

  • ถุงมือทำงาน สำหรับยกของหนักหรือเศษวัสดุมีคม

  • รองเท้าบูทยาง

  • แว่นตานิรภัย ป้องกันน้ำยาหรือโคลนกระเด็นเข้าตา

  • เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว

2. อุปกรณ์เก็บขยะและโคลน

ใช้สำหรับตักโคลนและขนย้ายสิ่งของเสียหายออกจากบ้าน

  • พลั่ว

  • ไม้กวาดสำหรับงานหนัก

  • ที่โกยผงขนาดใหญ่

  • ถุงขยะขนาดใหญ่

  • ถังอเนกประสงค์ขนาดใหญ่

  • รถเข็นขนของ

3. อุปกรณ์สำหรับขัดและล้าง

ใช้ขจัดคราบโคลนและสิ่งสกปรกที่ติดแน่นตามพื้น ผนัง และซอกมุมต่าง ๆ

  • แปรงขัดพื้นและแปรงขัดด้ามยาว

  • แปรงขนาดเล็กสำหรับซอกมุม

  • ฟองน้ำและแผ่นใยขัด

  • สายยางหรือเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (เหมาะกับพื้นที่กว้าง เช่น ลานจอดรถหรือรอบตัวบ้าน)

  • ถังน้ำ

  • น้ำยาทำความสะอาดพื้นและน้ำยาอเนกประสงค์

  • น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

4. อุปกรณ์เก็บน้ำและทำให้แห้ง

ช่วยไล่น้ำที่ขังอยู่และลดความชื้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของเชื้อรา

  • ไม้รีดน้ำ (ยางปาดน้ำ)

  • ม็อบ

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์

  • เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry สำหรับดูดน้ำขังในพื้นที่กว้างหรือซอกที่เข้าถึงยาก

  • เครื่องลดความชื้น เพื่อให้ห้องแห้งเร็วขึ้นหลังทำความสะอาด


ในอนาคตก็อย่าลืมป้องกันบ้านจากน้ำท่วมกันด้วยนะ!

การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมไม่ใช่แค่การล้างโคลนให้หมด แต่ต้องเริ่มจากความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งการตัดระบบไฟฟ้าและสวมอุปกรณ์ป้องกัน จากนั้นจึงขนย้ายสิ่งของ ตักโคลนขณะยังเปียก ขัดล้างและฆ่าเชื้อทุกพื้นผิว ปิดท้ายด้วยการระบายความชื้นเพื่อไม่ให้เชื้อรากลับมา หากพบความเสียหายของระบบไฟฟ้า โครงสร้าง หรือผนังบ้าน ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อนกลับเข้าไปใช้งานตามปกติ 

เมื่อบ้านกลับมาอยู่สภาพปกติเรียบร้อยแล้ว เพื่อนๆ ก็อย่าลืมเตรียมรับมือกับฤดูฝนครั้งถัดไปนะ โดยศึกษาวิธีรับมือและป้องกันบ้านจากน้ำท่วม เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดน้ำท่วมขึ้นอีกในอนาคตหรือถ้าเพื่อนๆ ซื้อประกันภัยบ้านไว้ ก็อาจจะอุ่นใจมากขึ้นกับเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายแบบนี้ Nestopa ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมและกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่นะ! 

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มทันทีที่น้ำลดและพื้นที่ปลอดภัย เพราะยิ่งทิ้งไว้นาน โคลนจะแห้งแข็งจนขจัดยาก และความชื้นจะทำให้เชื้อราเติบโตเร็วขึ้น แต่ก่อนเข้าบ้านต้องตรวจสอบว่าไม่มีไฟรั่วและโครงสร้างบ้านไม่ทรุดหรือเสียหาย

เพราะน้ำจะทำให้โคลนกระจายตัวและไหลไปอุดตันท่อระบายน้ำ ควรใช้พลั่วตักโคลนออกขณะยังเปียกให้ได้มากที่สุดก่อน แล้วจึงฉีดน้ำล้างคราบที่เหลือ

ไม่ควร ต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบระบบไฟ ปลั๊ก และสวิตช์ทั้งหมดก่อน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำควรตรวจเช็กโดยช่างก่อนนำกลับมาใช้

สิ่งของที่ดูดซับน้ำและทำความสะอาดยาก เช่น ที่นอน พรม โซฟาบุผ้า หมอน ผ้านวม และอาหารหรือยาที่สัมผัสน้ำท่วม ควรทิ้ง เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและเชื้อรา

สังเกตจุดดำ เขียว หรือเป็นขุยตามผนัง มุมห้อง และเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงกลิ่นอับชื้น ให้ใช้น้ำยากำจัดเชื้อราเช็ดเฉพาะจุดตามคำแนะนำบนฉลาก สวมหน้ากากและถุงมือขณะทำ และเปิดระบายอากาศให้บ้านแห้งสนิท หากเชื้อราลามเป็นบริเวณกว้างควรใช้บริการผู้เชี่ยวชาญ

ขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ท่วมและสภาพอากาศ โดยทั่วไปควรเปิดประตูหน้าต่างและใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นต่อเนื่องหลายวันจนผนังและพื้นแห้งสนิท ก่อนทาสีหรือปูพื้นใหม่

Warangkana
Warangkana Kayhasai ผู้เขียน

นักเขียน SEO ตัวน้อยจากขอนแก่นที่ชุบตัวเป็นชาวห้วยขวางผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว เธอชอบไปที่ใหม่ ๆ ลองอะไรใหม่ ๆ และมีงานอดิเรกคือสังเกตสถาปัตยกรรมและชิมกาแฟ เธอมักตั้งคำถามกับหลาย ๆ สิ่งและมีความฝันที่จะเล่าทุกอย่างผ่านตัวอักษร 

บ้าน
Nestopa