เผยแพร่ใน Tips ซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯ

ขายบ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง? มารู้จัก 4 ค่าใช้จ่ายสำคัญที่ต้องรู้!

สำหรับใครที่อยากขายบ้านหรือคอนโด นอกจากจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ แล้ว ก็ต้องรู้จัก 4 ค่าใช้จ่ายสุดสำคัญ เนื่องจากการขายบ้าน ถือว่าเป็นรายได้อย่างหนึ่ง ซึ่งถ้ามีรายได้ ก็ต้องเสียภาษีเป็นธรรมดา วันนี้ Nestopa ได้รวบรวมและสรุปเรื่องภาษีและค่าธรรมเนียมที่เพื่อนๆ ต้องจ่ายตอนขายบ้านไว้ในบทความนี้แล้ว! เรามีตัวอย่างและวิธีคำนวณภาษีด้วยนะ เผื่อเพื่อนๆ จะลองเอาไปคำนวณค่าใช้จ่ายของตัวเอง

สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องเสีย

  • 1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ลดค่าใช้จ่ายด้วยการนำจำนวนปีที่ถือครองบ้าน มาคำนวณหักเปอร์เซ็นต์ออกได้ 

  • 2. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน (โดยทั่วไปจะตกลงกับผู้ซื้อว่าจะออกคนละครึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบ)

  • 3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (เลือกราคาที่สูงกว่า) เสียเฉพาะกรณีถือครองบ้านไม่ถึง 5 ปี หรือไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี

  • 4. อากรแสตมป์ 0.5% แต่ถ้าผู้ขายได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็มีสิทธิได้รับยกเว้นการชำระภาษีอากรแสตมป์


ภาษีและค่าธรรมเนียมขายบ้านมีอะไรบ้าง?

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 

การขายบ้าน ขายคอนโด เป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนๆ มีรายได้ เพื่อนๆ จึงต้องเสียภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย เป็นอย่างแรก โดยคำนวณภาษีจากราคาประเมินบ้านของสำนักงานกรมที่ดิน

การคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายทำได้ 6 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: นับจำนวนปีที่ถือครอง

นับจำนวนปีที่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้าน (นับตามปี พ.ศ.) เพื่อนำไปเทียบหาเปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายที่หักได้

ขั้นตอนที่ 2: หักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง

ยิ่งถือครองนาน ยิ่งหักค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ตามอัตราส่วนนี้

จำนวนปีที่ถือครอง

อัตราส่วนเงินได้พึงประเมิน

อัตราส่วนหักค่าใช้จ่าย

1 ปี

8%

92%

2 ปี

16%

84%

3 ปี

23%

77%

4 ปี

29%

71%

5 ปี

35%

65%

6 ปี

40%

60%

7 ปี

45%

55%

8 ปีขึ้นไป

50%

50%

ขั้นตอนที่ 3: คำนวณภาษี

นำราคาประเมิน x "อัตราส่วนเงินได้พึงประเมิน" ตามจำนวนปีที่ถือครอง = เงินได้สุทธิ ที่ต้องนำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดต่อไป

ขั้นตอนที่ 4 : หารเฉลี่ยตามจำนวนปีที่ถือครอง

เงินได้สุทธิ  ÷ จำนวนปีที่ถือครอง = เงินได้เฉลี่ยต่อปี

ขั้นตอนที่ 5 : คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (จากเงินได้เฉลี่ยต่อปี)

เงินได้สุทธิ (บาท)

อัตราภาษี (%)

0 – 150,000

ยกเว้น (0%)

150,001 – 300,000

5%

300,001 – 500,000

10%

500,001 – 750,000

15%

750,001 – 1,000,000

20%

1,000,001 – 2,000,000

25%

2,000,001 – 5,000,000

30%

5,000,001 ขึ้นไป

35%

ขั้นตอนที่ 6: คูณกลับด้วยจำนวนปีที่ถือครอง

รวมภาษีเฉลี่ยต่อปี x จำนวนปีที่ถือครอง = ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

2. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% 

ในการซื้อขายบ้านจะมีค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ในอัตรา 2% จากราคาประเมิน ซึ่งระยะเวลาที่ถือครองกรรมสิทธิ์บ้าน หรือการมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่เป็นเงื่อนไขในการยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้

แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีการแบ่งค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนโอนนี้ออกเท่า ๆ กัน โดยให้ฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนี้เท่า ๆ กันฝ่ายละ 1%

3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) 3.3%

ขายบ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง ซึ่งภาษีธุรกิจเฉพาะก็เป็นหนึ่งในนั้น ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่เรียกเก็บจาก การขายบ้าน ขายคอนโด ที่ไม่ได้อยู่อาศัยเอง ซึ่งนับตั้งแต่วันที่รับโอนบ้านมา ก็ถือครองไม่ถึง 5 ปีเป็นหลัก โดยภาษีธุรกิจเฉพาะจะคิดอัตราอยู่ที่ 3.3% ของราคาจริงหรือราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับว่าราคาไหนสูงกว่าก็จะใช้ราคานั้นนำมาคำนวณ แต่ภาษีธุรกิจเฉพาะก็สามารถยกเว้นได้ ถ้าเพื่อนๆ อยู่ในเงื่อนไขทั้ง 3 กรณีดังต่อไปนี้

  • ยกเว้น เมื่อมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี ที่ได้รับโอนบ้านหลังนั้นมา

  • ยกเว้น เมื่อถูกเวนคืนบ้านหรือที่ดิน

  • ยกเว้น เมื่อขายบ้านหรือที่ดินที่ได้มาโดยมรดก

4. อากรแสตมป์ 0.5% ของราคาประเมิน

โดยปกติเมื่อเพื่อนๆ ขายบ้านหรือที่ดินเรียบร้อย เพื่อนๆ ต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์ในอัตรา 0.5% ของราคาประเมิน แต่ถ้าได้ชำระภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็มีสิทธิได้รับยกเว้นการชำระภาษีอากรแสตมป์ ซึ่งสรุปให้เข้าใจได้ว่าหากจะขายบ้านแล้ว ต้องเลือกชำระภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอากรแสตมป์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น


ตัวอย่างการคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมขายบ้าน

ตัวอย่าง: ซื้อบ้าน วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ 2560 และขายบ้านวันที่ 10 มกราคม 2564 ตั้งราคาขายบ้าน 10 ล้านบาท ราคาประเมินกรมที่ดิน 9 ล้านบาท 

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ขั้นตอนที่ 1 หาจำนวนปีที่ถือครอง

ซื้อบ้านปี 2560 และขายบ้านปี 2564 นับเป็นการถือครองบ้าน 5 ปี

ขั้นตอนที่ 2: หาเปอร์เซ็นต์อัตราส่วนเงินได้พึงประเมิน
ถือครอง 5 ปี → อัตราส่วนเงินได้พึงประเมิน 35%

ขั้นตอนที่ 3: คำนวณภาษี
9,000,000 × 35% = 3,150,000 บาท (เงินได้สุทธิ) 

ขั้นตอนที่ 4: หารเฉลี่ยตามจำนวนปีที่ถือครอง
3,150,000 ÷ 5 ปี = 630,000 บาท/ปี

ขั้นตอนที่ 5: คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า (จากเงินได้เฉลี่ยต่อปี)

ช่วงเงินได้

อัตราภาษี

ภาษี

0 – 150,000

ยกเว้น

0

150,001 – 300,000

5%

7,500

300,001 – 500,000

10%

20,000

500,001 – 630,000

15%

19,500

รวมภาษีเฉลี่ยต่อปี

 

47,000 บาท

ขั้นตอนที่ 6: คูณกลับด้วยจำนวนปีที่ถือครอง
47,000 × 5 ปี = 235,000 บาท

ดังนั้น เพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของบ้านต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 235,000 บาท ที่สำนักงานที่ดินในวันโอนกรรมสิทธิ์

2. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2%

9,000,000 × 2% = 180,000 บาท (ปกติแบ่งฝ่ายละ 90,000 บาท)

3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%

  1. ถือครองไม่ถึง 5 ปี (นับวันชนวัน) : ต้องเสีย

  2. ใช้ราคาที่สูงกว่า คือราคาขาย 10,000,000 บาท

  3. 10,000,000 × 3.3% = 330,000 บาท

4. อากรแสตมป์ 0.5%

เนื่องจากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว เลยได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ (0 บาท)


กรมที่ดิน มีเครื่องมือคำนวณภาษีขายบ้านแล้วนะ!

ถ้าคำนวณเองมันลำบาก ก็ให้กรมที่ดินช่วยสิ! เพราะกรมที่ดินมีเว็บไซต์ที่จะช่วยเพื่อนๆ คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมแล้ว เพียงแค่กรอก

  1. เลือกประเภทการจดทะเบียน 

  2. เลือกประเภททรัพย์สิน 

  3. เลือกประเภทบุคคล 

  4. ราคาทุนทรัพย์ (ราคาซื้อ-ขาย) 

  5. จำนวนเอกสิทธิในการจดทะเบียน

  6. ที่ดิน จำนวนเนื้อที่ ระบุข้อมูลจำนวนเนื้อที่เป็น ไร่-งาน-ตารางวา

  7. ราคาประเมิน

  8. ผู้ถือกรรมสิทธิ์

สามารถคำนวณได้ที่: https://eqlands.dol.go.th/rcal 


สรุปขายบ้านต้องเสียค่าอะไรบ้าง?

การขายบ้านหรือคอนโดมีค่าใช้จ่ายหลักที่ต้องเตรียมใจไว้ 4 อย่างคือ 1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่คำนวณตามจำนวนปีที่ถือครอง 2. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน 3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% สำหรับผู้ที่ถือครองไม่ถึง 5 ปี และ 4. อากรแสตมป์ 0.5% ที่จะได้รับยกเว้นถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไปแล้ว 

การรู้ค่าใช้จ่ายในการขายบ้านล่วงหน้าจะช่วยให้เพื่อนๆ วางแผนการเงินและตั้งราคาขายได้แม่นยำขึ้น และถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาช่องทางประกาศขายบ้านหรือคอนโดให้เข้าถึงผู้ซื้อได้กว้างและตรงกลุ่มเป้าหมาย Nestopa พร้อมเป็นตัวกลางในเรื่องของการประกาศขาย ฟรี 50 ประกาศแรก เพื่อให้การขายบ้านของเพื่อนๆ ราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

 

คำถามที่พบบ่อย

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่คำนวณตามจำนวนปีที่ถือครอง 2. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน 3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จะได้รับยกเว้นเมื่อ 1. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกินกว่า 1 ปี ที่ได้รับโอนบ้านหลังนั้นมา หรือ 2. เมื่อถูกเวนคืนบ้านหรือที่ดิน หรือ 3.เมื่อขายบ้านหรือที่ดินที่ได้มาโดยมรดก 4. อากรแสตมป์ 0.5% ที่จะได้รับยกเว้นถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไปแล้ว แต่ถ้าได้รับการยกเว้นชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ต้องจ่ายอากรแสตมป์นะ

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามปีที่ถือครอง (บ้านราคา 2 ล้านบาท) 1.1. ปีที่ถือครอง 1 ปี เงินได้พึงประเมิน 160,000 บาท รายได้เฉลี่ยต่อปี 160,000 บาท ภาษีที่ต้องเสีย 500 บาท 1.2. ปีที่ถือครอง 2 ปี เงินได้พึงประเมิน 320,000 บาท รายได้เฉลี่ยต่อปี 160,000 บาท ภาษีที่ต้องเสีย 1,000 บาท 1.3. ปีที่ถือครอง 3 ปี เงินได้พึงประเมิน 460,000 บาท รายได้เฉลี่ยต่อปี 153,333 บาท ภาษีที่ต้องเสีย 500 บาท ถ้าถือครองตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจะเหลือ 0 บาท เพราะเงินได้เฉลี่ยต่อปีต่ำกว่าเกณฑ์ยกเว้น 150,000 บาท/ปี 2. ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ 2% = 40,000 บาท (เสียทุกกรณี ไม่ว่าถือครองกี่ปี) 3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% = 66,000 บาท (เสียเฉพาะถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปี (นับวันชนวัน) หรือไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือเมื่อขายบ้านที่ได้มาโดยมรดก) 4. อากรแสตมป์ 0.5% = 10,000 บาท (เสียแทนภาษีธุรกิจเฉพาะ ถ้าถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่อทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี)

รายได้จากการขายบ้านสำหรับบุคคลธรรมดา ต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินเสมอ แต่ไม่ต้องนำมายื่นรวมคำนวณภาษีประจำปีตอนปลายปีอีก

Warangkana
Warangkana Kayhasai ผู้เขียน

นักเขียน SEO ตัวน้อยจากขอนแก่นที่ชุบตัวเป็นชาวห้วยขวางผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว เธอชอบไปที่ใหม่ ๆ ลองอะไรใหม่ ๆ และมีงานอดิเรกคือสังเกตสถาปัตยกรรมและชิมกาแฟ เธอมักตั้งคำถามกับหลาย ๆ สิ่งและมีความฝันที่จะเล่าทุกอย่างผ่านตัวอักษร 

บ้าน
Nestopa