พระเครื่องที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพระที่แพงที่สุดในโลกแทบทั้งหมดเป็นพระเครื่องไทย ไทยเป็นตลาดพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาทต่อปี
5 พระเครื่องไทยมูลค่าสูงคือ พระเบญจภาคี เป็นชุดยอดพระเครื่อง 5 องค์ที่ถือว่าเป็นสุดยอดและเป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่องยอดนิยมของเมืองไทย ซึ่งจัดหมวดหมู่โดย ‘ตรียัมปวาย’ บรมครูแห่งวงการพระเครื่อง ประกอบด้วยพระเครื่องสำคัญ 5 องค์ โดยแต่ละองค์ก็มีเรื่องราว ที่มา วัสดุและพุทธคุณโดดเด่นที่ต่างกัน
Key Takeaway
-
พระสมเด็จวัดระฆัง (กรุงเทพฯ): ยุครัตนโกสินทร์ สร้างโดยสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เด่นด้านเมตตาและพุทธคุณครอบจักรวาล
-
พระรอดลำพูน (จ.ลำพูน): พระเนื้อดินเก่าแก่ยุคหริภุญชัย เด่นเรื่องแคล้วคลาดปลอดภัย
-
พระนางพญา (จ.พิษณุโลก): ศิลปะอยุธยา พิมพ์สามเหลี่ยม เด่นด้านเมตตาบารมีและเสริมอำนาจ
-
พระผงสุพรรณ (จ.สุพรรณบุรี): ตัวแทนยุคอู่ทอง พุทธคุณครอบคลุมทั้งเมตตาและคงกระพัน
-
พระกำแพงซุ้มกอ (จ.กำแพงเพชร): ศิลปะสุโขทัย เลื่องลือด้านโชคลาภ "มีกูไม่จน"
5 พระเบญจภาคี พระเครื่องที่มีราคาแพงที่สุด
1. พระสมเด็จวัดระฆัง ตัวแทนยุครัตนโกสินทร์

ขอบคุณภาพจาก samakomphra.com
พระสมเด็จวัดระฆังถือเป็นสุดยอดแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นพระอริยสงฆ์ที่คนไทยนับถือ ท่านเก่งวิชาอาคม มีความสมถะ เมตตาสูง
พระสมเด็จมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของความสวยงาม พิมพ์ทรงที่เป็นเอกลักษณ์คือสี่เหลี่ยมชิ้นฟัก ซึ่งกลายเป็นแม่แบบของพระเครื่องเนื้อผงในเวลาต่อมา
เนื้อพระ : ผงวิเศษ 5 ประการ คือ ผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห ผสมปูนเปลือกหอย เกสรดอกไม้ กล้วยน้ำว้า และข้าวสุก ใช้น้ำมันตั้งอิ๊วและน้ำอ้อยเป็นตัวประสาน
พิมพ์ : มีจำนวน 5 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์ใหญ่ (หรือพิมพ์พระประธาน) 2. พิมพ์ทรงเจดีย์ 3. พิมพ์ฐานแซม 4. พิมพ์เกศบัวตูม 5. พิมพ์ปรกโพธิ์
เลื่องชื่อในเรื่อง : พุทธคุณเป็นที่กล่าวขานเรื่องเมตตามหานิยม ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคลสูงสุด
ราคา : องค์ดังที่มีชื่อเรียกเฉพาะ เช่น องค์ลุงพุฒ องค์ครูเอื้อ และองค์คุณศรี ถูกประเมินไว้ราว 50 ล้านบาทต่อองค์ เจ้าของพิมพ์ใหญ่สภาพสวยบางรายตั้งราคาไว้ที่ 80–150 ล้านบาท
2. พระรอดลำพูน (พระรอดมหาวัน) ตัวแทนยุคหริภุญไชย

ขอบคุณภาพจาก Thairath.com
พระรอดลำพูนเป็นพระเครื่องที่เก่าแก่ที่สุดและมีมูลค่ามากเช่นกัน สร้างขึ้นในสมัยหริภุญชัย พุทธศิลป์แบบลพบุรี
เนื้อพระ : เป็นเนื้อดินเผาทั้งหมด เนื้อละเอียดและแกร่ง มีหลายสี เช่น เขียว แดง และเหลือง
พิมพ์ : มีจำนวน 6 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ที่แพงที่สุด ) 2. พิมพ์กลาง 3. พิมพ์เล็ก 4. พิมพ์ตื้น 5. พิมพ์ต้อ 6. พิมพ์บ่วงเงินบ่วงทอง
เลื่องชื่อในเรื่อง : การแคล้วคลาดจากภยันตราย คงกระพัน รวมไปถึงเสน่ห์มหานิยม เหมาะแก่การพกพาติดตัว
ราคา : พิมพ์ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 10 - 20 ล้านบาท พิมพ์อื่นอยู่ที่ประมาณ 3 แสนถึง 3 ล้านบาท
3. พระนางพญา ตัวแทนยุคอยุธยา

ขอบคุณภาพจาก อารามสมเด็จ.com
พระนางพญา ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งพระเครื่อง เป็นพระพิมพ์สามเหลี่ยมที่งดงามที่สุด สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าพระวิสุทธิกษัตรีย์มหาเทวีทรงเป็นผู้สร้าง องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัย พระอุระมีรูปทรงนูนเด่น พุทธศิลป์มีความอ่อนช้อยแต่แฝงด้วยความแข็งแกร่ง
เนื้อพระ : เนื้อดินผสมกรวดทรายและเกสรดอกไม้ องค์พระเป็นทรงสามเหลี่ยม
พิมพ์ : มีจำนวน 7 พิมพ์ แบ่งเป็น 3 ขนาด
-
พิมพ์ใหญ่: พิมพ์เข่าโค้ง (แพงที่สุด ราคาหลักล้านถึงหลักสิบล้าน) พิมพ์เข่าตรง พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า. พิมพ์อกนูนใหญ่
-
พิมพ์กลาง : พิมพ์สังฆาฏิ
-
พิมพ์เล็ก: พิมพ์อกนูนเล็ก พิมพ์เทวดา (เดิมเรียกว่าพิมพ์อกแฟบ)
เลื่องชื่อในเรื่อง : เมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี และอุดมโภคทรัพย์
ราคา : เป็นพระราคาหลักล้านถึงหลักสิบล้านบาท พิมพ์เข่าตรงและพิมพ์อกนูนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท พิมพ์เทวดาและพิมพ์สังฆาฏิอยู่ที่ประมาณ 1 - 1.5 ล้านบาท
4. พระผงสุพรรณ ตัวแทนยุคอู่ทอง

ขอบคุณภาพจากนิตยสารอนุรักษ์
พระผงสุพรรณ เป็นอีกหนึ่งพระดังสุดยอดพระเครื่องของเมืองสุพรรณ พบในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี ปีพ.ศ. 2456 เป็นพระศิลปะยุคอู่ทองที่มีความขลัง
เนื้อพระ : เนื้อดินละเอียดมากจนดูคล้ายเนื้อผง จึงเรียกกันว่า "ผงสุพรรณ"
พิมพ์ : 3 พิมพ์หลัก คือพิมพ์หน้าแก่ หน้ากลาง และหน้าหนุ่ม
เลื่องชื่อในเรื่อง : ด้านโภคทรัพย์ แคล้วคลาด
ราคา : เช่าพระผงสุพรรณ องค์ละ 10 ล้านบาท
5. พระเครื่องซุ้มกอ ตัวแทนยุคสุโขทัย

ขอบคุณภาพจากนิตยสารอนุรักษ์
พระเครื่องพระซุ้มกอ เป็นพระศิลปะสุโขทัยที่สร้างจากเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ จากกรุในเขตทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร เป็นพระเครื่องหนึ่งในเบญจภาคีที่มีราคาเช่าสูง แต่มีเงินอย่างเดียวก็ไม่ได้นะ เพราะหายากมากๆ ถูกจัดอยู่ในพระกรุที่ควรค่าแก่การค้นหาและสะสมเพื่อนำมาเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
เนื้อพระ : เนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้
พิมพ์ : พิมพ์หลักได้แก่ พิมพ์ใหญ่มีกนก พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก และพิมพ์ขนมเปี๊ยะ
เลื่องชื่อในเรื่อง : มีความครบเครื่องในเรื่องของพุทธคุณทั้งในด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และโชคลาภมั่งมี จนเป็นที่มาของคำว่า “มีแล้วไม่จน”
ราคา : พิมพ์กลางอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านบาท พิมพ์ใหญ่มีกนกสภาพสวยอยู่ในระดับหลักสิบล้าน บางแหล่งรายงานว่าสูงถึงราว 50 ล้านบาท
หมายเหตุ: ข้อมูลจำนวนพิมพ์ เนื้อพระ และราคาในบทความนี้ รวบรวมจากสื่อและแหล่งข้อมูลด้านพระเครื่องที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ จำนวนพิมพ์อาจต่างกันตามตำราหรือสายนักสะสม ราคาเป็นราคาที่มีการรายงานหรือราคาที่ผู้ครอบครองตั้งไว้ ไม่ใช่ราคากลาง และอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพพระและความต้องการของตลาด บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน และไม่ใช่การรับรองความแท้ของพระเครื่ององค์ใด ก่อนเช่าพระควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทุกครั้ง
เทียบราคาพระเครื่องกับบ้านหรู จะได้บ้านโครงการอะไร กี่หลัง?
เมื่อรู้แล้วว่าราคาพระเครื่องยอดนิยมนั้น มีตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงร้อยล้านเลย และถ้าเปรียบเทียบระหว่างเช่าพระเครื่องและซื้อบ้านหรู แบบไหนจะดีกว่ากัน? แล้วราคาพระแต่ละองค์จะสามารถซื้อบ้านหรูได้กี่หลัง?
|
พระเบญจภาคี (ราคาองค์ท็อปที่มีรายงาน) |
Grand Bangkok Boulevard พระราม 9 บ้านหรูย่าน CBD พระราม 9 (ราคาเริ่มต้น 60 ล้านบาท) |
บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม (ราคาเริ่มต้น 23 ล้าน) |
|
พระสมเด็จวัดระฆัง ประมาณ 100 ล้าน |
~1.6 หลัง |
~4.3 หลัง |
|
พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ประมาณ 50 ล้าน |
~0.8 หลัง |
~2.2 หลัง |
|
พระรอด พิมพ์ใหญ่ ประมาณ 20 ล้าน |
~0.3 หลัง |
~0.9 หลัง |
|
พระนางพญา เข่าโค้ง ประมาณ 10+ ล้าน |
~0.2 หลัง |
~0.4 หลัง |
|
พระผงสุพรรณ หน้าแก่ ประมาณ 10 ล้าน |
~0.2 หลัง |
~0.4 หลัง |
|
ครบชุดเบญจภาคี ~190 ล้าน (ประเมินจากราคาองค์ท็อป) |
~3.1 หลัง |
~8.2 หลัง |
ถ้ารวมพระเบญจภาคีระดับท็อปครบ 5 องค์ มูลค่ารวมจะใกล้เคียงคฤหาสน์หรู 3 ชั้นพร้อมลิฟต์ส่วนตัวย่านพระราม 9 จำนวน 3 หลัง หรือจะซื้อบ้านเดี่ยวสาย Wellness ย่านกรุงเทพกรีฑา ถึง 8 หลัง ตัวเลขรวม 190 ล้านบาทเป็นการประเมินแบบคร่าวๆ เพราะในความเป็นจริงแทบไม่มีการซื้อขายพระระดับนี้ครบทั้งชุดเลย
ทำไมพระเครื่องบางองค์ถึงมีราคาหลายสิบล้าน?
1. มีประวัติศาสตร์และครอบคลุมหลายยุคสมัย: ชุดนี้มีตั้งแต่ยุคหริภุญไชยและสุโขทัย ต่อเนื่องมาถึงอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ทำให้เป็นทั้งพระเครื่องและโบราณวัตถุในเวลาเดียวกัน
2. มีจำนวนจำกัด: พระทั้งหมดมาจากกรุที่แตกไปแล้ว ไม่สามารถสร้างเพิ่มได้ และจำนวนองค์ที่สภาพสวยก็ลดลงเรื่อย ๆ
3. นักสะสมอยากได้ครบชุด: การมีพระเบญจภาคีครบ 5 องค์ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักสะสม ความต้องการจึงมากกว่าจำนวนพระที่มีอยู่
4. พิมพ์และสภาพ: พระพิมพ์นิยมที่อยู่ในสภาพสวย อาจมีราคาสูงกว่าพระองค์ทั่วไปหลายสิบเท่า
5. ประวัติผู้ครอบครอง: องค์ที่ตั้งชื่อตามเจ้าของ เช่น องค์ลุงพุฒ มีประวัติการครอบครองที่ตรวจสอบย้อนหลังได้หลายสิบปี
6. ศรัทธาและสถานะทางสังคม: พระเครื่องผูกพันกับชีวิตคนไทยมายาวนาน ผลสำรวจของสวนดุสิตโพล (2561) พบว่าคนไทยราว 70% ห้อยพระติดตัว และนิด้าโพล (2566) พบว่าชาวพุทธไทยกลุ่มใหญ่ที่สุด (43.31%) ยังค่อนข้างเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคล ในกลุ่มผู้มีฐานะ พระเบญจภาคีระดับท็อปมักถูกมองว่าเป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของสะสมหายาก และสัญลักษณ์บ่งบอกสถานะทางสังคม
วิธีดูพระแท้ เทคนิคการเช็กเบื้องต้น และข้อควรระวังก่อนเช่าสะสม
ในยุคที่พระเครื่องปลอมระบาดหนักจนเซียนพระบางท่านยังชะงัก การศึกษาวิธีการดูพระแท้และพระเก๊เบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้น เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจ และป้องกันการตกเป็นเหยื่อของการทำเลียนแบบ
คู่มือและวิธีดูพระแท้ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่
รวบรวมเทคนิคพื้นฐานและศัพท์ที่ใช้กันจริงในสนามพระ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้พิจารณาได้ทันที ดังนี้
1.จดจำรายละเอียดเรื่อง "พิมพ์ทรง" และ "มวลสารเนื้อหา"
การจดจำสัดส่วน พิมพ์ทรง และรายละเอียดมวลสารของพระแต่ละรุ่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
2. พิจารณา "คราบความเก่า" และธรรมชาติของเนื้อพระ
สังเกตร่องรอยความเก่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากงานปลอมที่ปรุงแต่งผิวขึ้นมาใหม่
3. สังเกต "ธรรมชาติกรรมวิธีการสร้าง"
ไม่ว่าจะเป็นงานกดพิมพ์มือหรือการตัดขอบ เพื่อดูร่องรอยและเอกลักษณ์เฉพาะของการผลิตในยุคนั้นๆ
4. รับฟังข้อมูลจาก "สนามพระ" และ "กลุ่มเซียนผู้เชี่ยวชาญ"
ศึกษาข้อมูลรอบด้าน หมั่นแลกเปลี่ยนความรู้ และอ้างอิงจากผู้มีประสบการณ์ในวงการ
5. เสริมด้วย "เครื่องมือช่วยส่อง"
ใช้กล้องขยายหรืออุปกรณ์ช่วยตรวจเช็กรายละเอียด แต่ต้องอาศัยพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องประกอบเสมอ
5 สิ่งที่ควรทำก่อนเช่าพระมีราคา
1. ให้เซียนอย่างน้อย 2–3 สาย ตรวจดู
2. เช่าจากร้านที่มีหน้าร้าน และทำสัญญารับประกันคืนเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
3. เก็บหลักฐานการชำระเงินและรูปถ่ายองค์พระทุกด้าน
4. พิจารณาทำประกันและหาที่เก็บที่ปลอดภัย
5. ถือพระเพราะศรัทธาหรือชอบสะสม และไม่ควรนำเงินที่อาจต้องใช้ในอนาคตมาลงทุน
มูลค่าพระเครื่องและบ้าน แตกต่างกันอย่างไร?
พระเบญจภาคีคือพระเครื่อง 5 องค์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของไทย องค์ที่แพงที่สุดคือพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ มีรายงานว่าเคยมีการเช่าองค์หนึ่งในราคาราว 100 ล้านบาท ถ้ารวมองค์ระดับท็อปครบชุด มูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 190 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ซื้อบ้านหรูในกรุงเทพฯ ได้ราว 3 หลัง หรือบ้านเดี่ยวได้ถึง 8 หลัง ราคาพระแต่ละองค์ขึ้นอยู่กับความเก่า ความหายาก พิมพ์ สภาพ และประวัติผู้ครอบครอง
แล้วเพื่อนๆ ล่ะ คิดว่าเงิน 190 ล้านบาท ใช้เช่าพระเบญจภาคีครบชุด หรือซื้อบ้านหรูสักหลัง แบบไหนคุ้มกว่ากัน?
อ้างอิงข้อมูลจาก