เผยแพร่ใน บ้านและสวน

แต่งบ้านเพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยต้นไม้ฟอกอากาศปลูกง่าย ช่วยลดสารพิษในบ้าน

อยากแต่งบ้านให้น่าอยู่ สดชื่น และปลอดภัยจากสารพิษ ? ต้นไม้ฟอกอากาศ คือคำตอบที่ได้ทั้งความสวยงามและประโยชน์มากมาย บทความนี้ Nestopa จะพาคุณไปรู้จัก 12 ต้นไม้ฟอกอากาศยอดนิยม ที่ปลูกง่าย ดูแลง่าย ช่วยให้บ้านของคุณสะอาดและสุขภาพดีขึ้นทันตา

มลพิษในบ้านมีอะไรบ้าง ? อันตรายที่มองไม่เห็น

หลายคนอาจมองว่ามลพิษที่เฉพาะแค่ภายนอกห้อง แต่ความจริงแล้ว อากาศภายในบ้านอาจมีมลพิษสูงกว่าภายนอกถึง 2–5 เท่า เพราะบ้านเต็มไปด้วยแหล่งกำเนิดสารพิษที่เราอาจคาดไม่ถึง 

  • ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)

พบในเฟอร์นิเจอร์ ไม้อัด กาว และสีทาบ้าน หากสูดดมบ่อย ๆ อาจก่อให้เกิดอาการแสบตา ระคายเคืองผิวหนัง หรือแม้แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

  • เบนซีน (Benzene)

มักมาจากควันบุหรี่ น้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบางชนิด การได้รับสารนี้เป็นเวลานานอาจส่งผลต่อระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน

  • ไตรคลอโรเอทิลีน (Trichloroethylene หรือ TCE)

พบในน้ำยาล้างคราบมันและสารทำละลายต่าง ๆ มีผลกระทบต่อระบบประสาท และเป็นสารที่ WHO จัดอยู่ในกลุ่มก่อมะเร็ง

  • แอมโมเนีย (Ammonia)

มากับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด กลิ่นฉุนอาจทำให้แสบตา แสบจมูก และไอ

  • ฝุ่นละออง (Dust & PM2.5)

ฝุ่นภายในบ้านเกิดจากเส้นผม ขนสัตว์ ไรฝุ่น รวมถึงฝุ่น PM2.5 ที่เล็ดลอดเข้ามา ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ

  • เชื้อราและแบคทีเรีย

เกิดในพื้นที่อับชื้น เช่น ห้องน้ำ มุมที่แอร์รั่ว หรือห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี การสะสมของเชื้อราอาจส่งผลให้เกิดโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ต้นไม้ฟอกอากาศมีหลักการทำงานอย่างไร ?

ต้นไม้ฟอกอากาศคืออะไร

ทุกวันนี้ทุกคนเคยสังเกตกันไหมว่า พวกเราหลายคนเริ่มใช้เวลาอยู่ในบ้านหรือในอาคารมากขึ้น ทำให้คุณภาพอากาศภายในอาคารกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และมีความสำคัญไม่แพ้กับคุณภาพอากาศภายนอก หลายคนจึงนิยมปลูกต้นไม้ฟอกอากาศในบ้าน เพื่อช่วยดูดซับสารพิษ ลดฝุ่น และสร้างบรรยากาศให้สดชื่น แต่เคยสงสัยไหมว่า… ต้นไม้เหล่านี้ทำงานอย่างไรจึงช่วยให้อากาศสะอาดขึ้นได้ ?

1. ดูดซับสารพิษ เปลี่ยนเป็นสารอาหาร

ต้นไม้ฟอกอากาศในห้องนอนหรือในบ้าน ความสามารถพิเศษในการดูดซับสารเคมีและมลพิษจากอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน แอมโมเนีย ผ่านทางปากใบและราก จากนั้นจุลินทรีย์ในดินจะช่วยย่อยสลายสารพิษเหล่านี้ เปลี่ยนเป็นสารอาหารที่ต้นไม้ใช้ในการเจริญเติบโต ถือเป็นกลไกทางธรรมชาติที่เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นพลังชีวิต

2. เพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการแห้งผิว

กระบวนการคายน้ำของต้นไม้ฟอกอากาศ (Transpiration) จะปล่อยไอน้ำสู่บรรยากาศ ช่วยเพิ่มความชื้นให้ห้อง ไม่แห้งจนเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ บ้านที่เปิดแอร์บ่อย ห้องนอน หรือออฟฟิศที่อากาศถ่ายเทน้อย

3. ปล่อยออกซิเจน สดชื่นตลอดวัน

ในเวลากลางวันต้นไม้ฟอกอากาศจะใช้กระบวนการสังเคราะห์แสง เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นออกซิเจน ทำให้เรารู้สึก หายใจโล่ง สดชื่น และตื่นตัว โดยเฉพาะเมื่อตั้งต้นไม้ไว้ในห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่น

4. ผ่อนคลายความเครียด เติมชีวิตชีวา

เพียงแค่ได้มองสีเขียวจากใบไม้ สมองก็จะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยลดความเครียดและความเหนื่อยล้า ให้ความรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยตกแต่งบ้านให้มีมุมสวยมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

12 ต้นไม้ฟอกอากาศแต่งบ้านสวย ช่วยลดสารพิษ แถมช่วยให้อากาศสดชื่นขึ้น

หลายคนอาจไม่รู้ว่าในบ้านของเราเต็มไปด้วยมลพิษที่มองไม่เห็น เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์จากเฟอร์นิเจอร์ สารเคมีจากสีทาบ้าน และฝุ่นละอองจากภายนอก การเลือกไม้ฟอกอากาศในร่ม จึงเป็นอีกวิธีที่ทั้งช่วยตกแต่งบ้านและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือก ต้นไม้ฟอกอากาศในห้องนอน ที่จะช่วยให้อากาศบริสุทธิ์และนอนหลับสบายมากขึ้น 

วันนี้ Nestopa มีต้นไม้ฟอกอากาศที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และสามารถปลูกได้ในห้องนอน หรือห้องคอนโดของเรามาฝากกันค่ะ

1. ลิ้นมังกร (Sansevieria trifasciata)

ลิ้นมังกรต้นไม้ฟอกอากาศ

ลิ้นมังกรเรียกได้ว่าเป็นไม้มงคลยอดนิยมที่ปลูกง่ายและทนทานมาก ไม่ต้องดูแลมากก็อยู่ได้ อีกทั้งยังมีความสามารถในการปล่อยออกซิเจนตอนกลางคืน ทำให้เป็น ต้นไม้ฟอกอากาศในห้องนอน ที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้คุณหายใจสะดวกขึ้นเวลานอน และยังช่วยดูดซับสารพิษอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไนโตรเจนออกไซด์

วิธีดูแล: ชอบแสงรำไร รดน้ำน้อย ดินต้องระบายน้ำดี

2. พลูด่าง (Epipremnum aureum)

พลูด่าง ต้นไม้ฟอกอากาศ

พลูด่างเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายที่สุด แค่ปักชำในน้ำก็เติบโตได้ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มปลูกต้นไม้ที่ปลูกในห้องนอนได้ นอกจากจะช่วยฟอกอากาศแล้ว พลูด่างยังมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคล เสริมโชคลาภ ทำให้หลายคนเลือกนำไปในบ้านและออฟฟิศอีกด้วย

วิธีดูแล: ชอบแสงรำไร รดน้ำเมื่อดินเริ่มแห้ง

3. เดหลี (Spathiphyllum)

เดหลี ต้นไม้ฟอกอากาศ

เดหลีมีดอกสีขาวสวยสะอาด ช่วยเพิ่มบรรยากาศความ Luxury ให้ภานในบ้าน อีกทั้งยังดูดซับสารพิษจากควันบุหรี่และสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ดี จึงถือเป็นไม้ฟอกอากาศในร่ม ที่ทั้งสวยและมีประโยชน์ 

วิธีดูแล: ชอบที่ชื้น แสงรำไร รดน้ำสม่ำเสมอ

4. ยางอินเดีย (Ficus elastica)

 

ด้วยใบเขียวเข้มมันวาว ทำให้ยางอินเดียเป็นต้นไม้ฟอกอากาศที่เติมความโมเดิร์นให้ภายในบ้านทันที และยังช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองในอากาศได้ดี หากต้องการต้นไม้ที่ดูแลง่ายและเป็นไม้ที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านทนทาน ยางอินเดียถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก

วิธีดูแล: ชอบแดดรำไร รดน้ำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง

 5. ฟิโลเดนดรอน (Philodendron spp.)

ฟิโลเดนดรอน ต้นไม้ฟอกอากาศ

ฟิโลเดนดรอนเป็นไม้ใบที่ช่วยดูดซับสารพิษในอากาศหลายชนิด โดยเฉพาะฟอร์มาลดีไฮด์และเบนซีน เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ ต้นไม้ฟอกอากาศในห้องนอน เพราะนอกจากช่วยฟอกอากาศแล้ว ยังเพิ่มความชื้น ลดความเครียด และทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น

วิธีดูแล: ชอบอากาศที่มีความชื้นสูง รดน้ำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง

6. ดราแคนน่า (Dracaena spp.)

ดราแคนน่า ต้นไม้ฟอกอากาศ

นอกจากต้นไม้ชนิดนี้จะมีความเชื่อในเรื่องการเสริมดวงและโชคลาภแล้ว ในเชิงวิทยาศาสตร์ก็ยังโดดเด่นเรื่องการฟอกอากาศเป็นอย่างมากไม่แพ้พันธุ์อื่น ๆ โดยจะช่วยดูดซับสารพิษจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง เหมาะสำหรับเป็นต้นไม้ปลูกในบ้านหรือในห้องนอนได้ เพื่อทำให้อากาศในห้องนอนสะอาดและน่านอนมากขึ้น 

วิธีดูแล: ชอบแดดรำไร รดน้ำต้นวาสนาอย่างสม่ำเสมอ

7. เฟิร์นบอสตัน (Nephrolepis exaltata)

เฟิร์นบอสตัน ต้นไม้ฟอกอากาศ

เฟิร์นบอสตันขึ้นชื่อเรื่องการเพิ่มความชื้นในอากาศ เหมาะกับบ้านที่เปิดแอร์บ่อย ๆ เพราะช่วยไม่ให้ผิวแห้งเกินไป อีกทั้งยังดูดซับสารพิษได้ดี เหมาะสำหรับการวางไว้ในห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงาน

วิธีดูแล: ชอบแดดรำไร รดน้ำสม่ำเสมอ เช้า-เย็น

8. มอนสเตอร่า (Monstera)

มอนสเตอร่า ต้นไม้ฟอกอากาศ

ต้นไม้ฟอกอากาศยอดฮิตสำหรับสายแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ต้องมีมอนสเตอร่า เพราะไม่ได้มีดีแค่ความสวยแต่ยังเป็น ไม้ฟอกอากาศในร่ม ที่ช่วยดักจับฝุ่นและสารพิษต่าง ๆ ได้ดี เหมาะกับการตั้งในห้องรับแขกเพื่อเพิ่มบรรยากาศสดชื่น

วิธีดูแล: ชอบแดดรำไร รดน้ำ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์

9. ต้นปาล์มไผ่ (Chamaedorea seifrizii)

ต้นปาล์มไผ่ ต้นไม้ฟอกอากาศ

ต้นปาล์มไผ่เป็นไม้ที่มีความสามารถในการดูดซับสารพิษ เช่น เบนซีน ไตรคลอโรเอทิลีน และฟอร์มาลดีไฮด์ อีกทั้งยังเพิ่มความชื้นในอากาศ เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการความร่มรื่นแบบธรรมชาติ

วิธีดูแล: รดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ 2-3 วัน/ครั้ง

 10. ไทรใบสัก (Ficus)

 ไทรใบสัก ต้นไม้ฟอกอากาศ

ต้นไทรใบสัก เป็นไม้ที่กำลังฮิตมากตลาดการในวงการแต่งบ้าน ด้วยใบใหญ่และทรงสวย ไทรใบสักไม่เพียงแต่ช่วยตกแต่งห้อง แต่ยังเป็นต้นไม้ฟอกอากาศห้องทำงาน ,ห้องนั่งเล่น ที่ดูดซับสารพิษจากอากาศได้ดีโดยเฉพาะสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่ช่วยให้นอนหลับสบาย เมื่อปลูกในห้องนอน

วิธีดูแล: ชอบแดดรำไร รดน้ำ 3-4 วัน/ครั้ง

11. กวักมรกต (Zamioculcas Zamiifolia)

กวักมรกต ต้นไม้ฟอกอากาศ

กวักมรกตเป็นไม้ประดับที่ดูแลง่ายมาก ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และยังเป็นไม้มงคลยอดนิยมที่ปล่อยออกซิเจนตอนกลางคืน ช่วยให้อากาศดีมากขึ้นทำให้เป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ปลูกในห้องนอนได้ อีกทั้งยังดูดซับสารพิษ อย่างเบนซีน โทลูอีน เอทิลเบนซีน และไซลีนในอากาศผ่านใบอีกด้วย

วิธีดูแล: ชอบแดดรำไร รดน้ำ 3-4 วัน/ครั้ง

12. ต้นเงินไหลมา (Syngonium podophyllum)

ต้นเงินไหลมา ต้นไม้ฟอกอากาศ

นอกจากต้นเงินไหลมาจะเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าช่วยเสริมโชคลาภแล้ว เงินไหลมายังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและเพิ่มความสดชื่นในบ้านได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็น ไม้ฟอกอากาศในร่ม ที่ครบทั้งเรื่องประโยชน์และความสวยงาม โดยตั้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร มีอากาศถ่ายเท จะช่วยให้ต้นเงินไหลมาเจริญเติบโตได้ดีและทำหน้าที่ฟอกอากาศได้เต็มประสิทธิภาพ

วิธีดูแล: รดน้ำให้สม่ำเสมอทุกวัน

4 วิธีเลือกต้นไม้ฟอกอากาศอย่างไรให้ปลอดภัย และช่วยฟอกอากาศในห้องได้จริง

ปัจจุบัน “ต้นไม้ฟอกอากาศ” กลายเป็นไอเทมยอดฮิตในบ้านและคอนโด ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสดชื่น แต่ยังช่วยลดสารพิษ การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกไม่ถูก อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพแทนที่จะได้อากาศสะอาด เนสโทปา มี 4 วิธีเลือก ต้นไม้ที่ปลูกในห้องนอนได้ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมาฝากค่ะ

  • เลือกต้นไม้ที่คายออกซิเจนในเวลากลางคืน

โดยทั่วไปต้นไม้ส่วนใหญ่จะคายคาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางคืน แต่มีบางชนิดที่คายออกซิเจนออกมาแทน เช่น ลิ้นมังกร, เดหลี ซึ่งเหมาะจะเป็นต้นไม้ฟอกอากาศในห้องนอนแอร์ เพราะช่วยเพิ่มออกซิเจนและทำให้ห้องอากาศถ่ายเทดีขึ้นแม้ปิดประตูหน้าต่าง

  • ตรวจสอบว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ

ก่อนเลือกต้นไม้ต้องตรวจสอบว่าพืชชนิดนั้นไม่มีสารพิษในใบหรือยางที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็กและสัตว์เลี้ยง เช่น สัตว์เลี้ยงบางชนิดอาจแพ้ยางจากพลูด่าง ดังนั้นจึงควรเลือกต้นไม้ที่ปลอดภัย เช่น เดหลี, เศรษฐีเรือนใน ซึ่งเหมาะสำหรับวางเป็นต้นไม้ในห้องนอน ได้อย่างสบายใจ

  • เลือกต้นไม้ที่ดูแลง่าย

ต้นไม้ในห้องที่มีแอร์และแสงน้อยควรเลือกพันธุ์ที่ไม่ต้องการแดดจัดและไม่ต้องรดน้ำบ่อย เช่น ลิ้นมังกร, พลูด่าง, ยางอินเดีย เพราะเหมาะกับการเป็น ต้นไม้ที่ปลูกในห้องนอนได้ ทั้งยังช่วยลดฝุ่นและดูดซับสารพิษจากเฟอร์นิเจอร์หรือสีทาผนังได้ดี

  • จัดวางให้เหมาะสมกับพื้นที่

การวางต้นไม้ในห้องนอนไม่ควรเลือกต้นที่ใหญ่เกินไป ควรเลือกขนาดพอเหมาะเพื่อไม่ให้เกะกะการระบายอากาศ โดยเฉพาะในห้องแอร์ แนะนำให้ใช้ต้นไม้ฟอกอากาศในห้องนอนแอร์ ที่มีขนาดกระถางเล็กถึงกลาง วางใกล้หัวเตียงหรือมุมห้อง เพื่อช่วยดูดซับสารพิษและเพิ่มความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้ห้องอับชื้นจนเกินไป

จะเห็นได้ว่าต้นไม้ฟอกอากาศไม่ได้ปลูกยากอย่างที่คิด นอกจากจะช่วยทำให้ห้องมีชีวิตชีวามากขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้ห้องของเราสดชื่นและอากาศดีมากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:
ต้นไม้ปลูกในบ้าน “เลี้ยงง่ายตายยาก” เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลา

คำถามที่พบบ่อย

สำหรับห้องนอนขนาดปกติ (20–30 ตร.ม.) แนะนำวางต้นไม้ฟอกอากาศขนาดกลาง 2–3 ต้น หรือขนาดเล็ก 3–5 ต้น จะช่วยให้อากาศสดชื่นขึ้นโดยไม่ทำให้ห้องอับชื้น

ควรเลือกพันธุ์ที่ทนต่อแสงน้อยและอากาศแห้ง เช่น ลิ้นมังกร เดหลี พลูด่าง เพราะเติบโตได้ดีในสภาพห้องแอร์และไม่ต้องรดน้ำบ่อย

ไม้ฟอกอากาศในร่มจะมีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน จากเฟอร์นิเจอร์หรือสีทาผนัง และช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ จึงเหมาะสำหรับคนที่อยู่คอนโดหรือบ้านที่ใช้เครื่องปรับอากาศบ่อย

Naipaporn
Naipaporn Janbang ผู้เขียน
Property Content Specialist

Experienced content creator specializing in social media marketing, with a focus on the property market. Also, an SEO content specialist with over three years of experience in property marketing. Proficient in leveraging various digital channels to maximize brand exposure and drive engagement.

ไลฟ์สไตล์ แต่งบ้าน
Nestopa